สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตไทยประจำกรุงเวียนนา ตระหนักถึงความสำคัญในการยกระดับเมืองสู่นวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-based innovation) และ เมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น ทัดเทียมประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งจำเป็นจะต้องบูรณาการกันหลายหน่วยงาน โดยมีกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกเป็นโมเดล ด้วยแนวคิด ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด ทำให้ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีที่สุด ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
จึงได้จัดเสวนาเรื่อง “SMART City and Urban Innovation : Future Trends of Global Cities” เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561โดยมี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี
และมีแขกผู้ร่วมเสวนา อาทิ นางมาเรีย วาสิลาโค รองนายกเทศมนตรีกรุงเวียนนา นายเออเก็น อันโลฟสกี้ ผู้บริหารเมืองนวัตกรรมกรุงเวียนนา นางแองเจลิกา วิ้งค์เคลอ รองอธิบดีเทศบาลกรุงเวียนนา และนายจอร์ดี้ มาลาเควอ ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าและการลงทุนคาตาโลเนีย ประเทศสเปน ร่วมเสวนากับผู้แทนหน่วยงานจากไทยได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร
– ระเบียงนวัตกรรม (Innovation Corridor) มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่นำร่องในแนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS Southern Economic Corridors: EWEC) เชื่อมโยงสินค้า วัฒนธรรม แหล่งความรู้ ระหว่างทะเลอันดามันและมหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีเป้าหมายในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ การท่องเที่ยว การค้า การขนส่ง และการเกษตร
– เมืองนวัตกรรม (Innovation City) ได้ริเริ่มโครงการ “ศูนย์นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ” (IOT City Innovation Center) โดย สนช. ร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการเข้าถึงและใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลักดันธุรกิจนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้มีขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
– ย่านนวัตกรรม (Innovation District) มีการพัฒนาใน 3 ส่วน ได้แก่ การส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการรังสรรค์ระบบนิเวศนวัตกรรม การบริหารทรัพยากรเพื่อให้เกิดพื้นที่นวัตกรรม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายไว้ 11 แห่ง ได้แก่ โยธี ปทุมวัน คลองสาน กล้วยน้ำไท รัตนโกสินทร์ ลาดกระบัง บางแสน ศรีราชา พัทยา อู่ตะเภา-บ้านฉาง และ ย่านปุณณวิถี และจะขยายอีก 4 พื้นที่ซึ่งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ด้วย โดยแต่ละย่านนวัตกรรมก็จะมีบทบาทแตกต่างกันไป ทั้งหมด 9 ด้าน ได้แก่ 1. นวัตกรรมสำหรับภาครัฐ 2. วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 3. เทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพ 4. เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาเมือง 5. ฟินเทค 6. ศูนย์กลางผลิตและวัสดุขั้นสูง 7. ไอซีทีและการใช้สื่อ 8. การขนส่ง และ 9. วัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์
– ด้านทรัพยากร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน คมนาคม การก่อสร้างอาคาร ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
– คุณภาพชีวิต โดยส่งเสริมให้ประชากรในเวียนนามีสุขภาพจิตและชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่ดี มีการดูแลด้านการแพทย์ที่สูง ตลอดจนรักษาสิ่งแวดล้อม
– และด้านนวัตกรรม เกี่ยวเนื่องกับเรื่องการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผลักดันให้เวียนนาเป็นหนึ่งในห้าศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ภายในปี ค.ศ. 2050 รวมถึงผลักดันให้เวียนนาเป็นหนึ่งในสิบภูมิภาคของสหภาพยุโรปที่มีศักยภาพในการซื้อสูง และจัดระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูง มีการสนับสนุนให้วัยรุ่นศึกษาต่อจากระดับการศึกษาภาคบังคับ เป็นต้น
งานเสวนาเรื่อง “SMART City and Urban Innovation : Future Trends of Global Cities” มีผู้ร่วมเสวนา หลายท่าน เช่น นางมาเรีย วาสิลาโค รองนายกเทศมนตรีกรุงเวียนนา นายเออเก็น อันโลฟสกี้ ผู้บริหารเมืองนวัตกรรมกรุงเวียนนา นางแองเจลิกา วิ้งค์เคลอ รองอธิบดีเทศบาลกรุงเวียนนา นายภาสกร ประถมบุตร รองประธานอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจดิจิตอล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายปริวรรต วงษ์สำราญ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม สำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายจอร์ดี้ มาลาเควอ ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าและการลงทุนคาตาโลเนีย




