รีวิว iPad mini 7 หรือ iPad mini 2024 เหมาะกับใคร? เปรียบเทียบกับ iPad Gen 10, iPad Air M2 และ iPad Pro M4 ใช้งานจริงเวิร์คไหม? น่าซื้อไหม? พร้อมทดสอบการใช้จริง
รีวิว iPad mini 7 หรือ iPad mini 2024 เหมาะกับใคร? เปรียบเทียบกับ iPad Gen 10, iPad Air M2 และ iPad Pro M4 ทดลองใช้งานจริง เล่นเกม ตัดต่อ กราฟฟิก ทำได้ดีแค่ไหน? มีฟีเจอร์อะไรใหม่บ้าง Apple Intelligence ใช้ได้หรือยัง แล้วใช้อะไรได้บ้าง?
Design ของ iPad mini 7
iPad mini 7 มีทั้งหมด 4 สี คือ สีเทาสเปซเกรย์, สีม่วง, สีสตาร์ไลท์, และสีใหม่คือ สีฟ้า ดีไซน์ตัวเครื่องของ iPad mini 7 เมื่อเปรียบเทียบกับ iPad mini 6 แล้วมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย บางเบาเหมือนเดิม ส่วนรายละเอียดอื่นๆ มีดังนี้
- จอภาพ Liquid Retina 8.3 นิ้ว
- รุ่น Wi‑Fi หนัก 293 กรัม และรุ่น Wi‑Fi + Cellular หนัก 297 กรัม เท่าเดิม
- ปุ่มด้านบน Touch ID ยังคงไว้เหมือนเดิม
- หลังเครื่อง iPad mini 7 จะมีข้อความสลักว่า iPad mini ซึ่งต่างจาก iPad mini 6 ที่สลักว่า iPad เฉย ๆ
การเชื่อมต่อของ iPad mini 7
ในเรื่องของการเชื่อมต่อของ iPad mini 7 มีรายละเอียดดังนี้
- พอร์ต USB-C ที่โอนถ่ายข้อมูลได้เร็วสูงสุด 10Gb/s จากเดิมที่ iPad mini 6 ถ่ายโอนได้เร็วสูงสุด 5 Gb/s เท่านั้น ซึ่งหากใช้ iPad mini 7 เสียบสายขึ้นมอนิเตอร์ ก็จะได้ภาพชัด ไม่ดีเลย์ ใช้พรีเซนต์งานต่าง ๆ ได้สะดวกมาก
- มี Bluetooth 5.3 ขณะที่เดิมเป็น 5.0
- รองรับ Wi-Fi 6E ขณะที่เดิมเป็น Wi-Fi 6
- รองรับ eSIM6 เท่านั้น ไม่รองรับ Nano Sim แล้ว
การรองรับ Apple Pencil และ คีย์บอร์ด
iPad mini 7 รองรับ Apple Pencil (USB‑C) (ราคา 2,990 บาท) และ Apple Pencil Pro (ราคา 4,490 บาท) ซึ่งมีฟีเจอร์น่าใช้ เช่น มีแรงกดและการตอบสนองแบบ Haptic และฟีเจอร์ Apple Pencil Hover หรือ การยกปลาย Appple Pencil ทำให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
ส่วนคีย์บอร์ดรองรับเฉพาะ Bluetooth เท่านั้น ไม่รองรับ Magic Keyboard
กล้อง
กล้องของ iPad mini 7 มีรายละเอียดดังนี้
- กล้องหน้าอัลตร้าไวด์ 12MP แนวตั้ง
- กล้องหลังไวด์ 12MP ถ่ายวิดีโอระดับ 4K ได้ และรองรับ Smart HDR 4 ทำให้ได้ภาพถ่ายที่เป็นธรรมชาติ มีรายละเอียดสมจริงมากขึ้น มีช่วงไดนามิกกว้างขึ้น ถ่ายย้อนแสงดีขึ้น และเก็บรายละเอียดได้ดี
นอกจากนี้ยังมี AI ที่สามารถสแกนเอกสารได้อัตโนมัติผ่านกล้อง และใช้แฟลช True Tone ลบเงาออกจากเอกสารได้ แต่ iPad mini 7 จะไม่สามารถปรับสีในเอกสารที่สแกนได้เหมือน iPad Pro 11 และ 13 นิ้ว (M4)
ชิป A17 Pro และ iPadOS 18
ชิปของ iPad mini 7 ถูกอัปเกรดมาใหม่ ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ โดยใช้ชิป A17 Pro CPU แบบ 6-core ซึ่งมีคอร์ด้านประสิทธิภาพ 2 คอร์ และคอร์ด้านประหยัดพลังงาน 4 คอร์ GPU แบบ 5-core Neural Engine แบบ 16‑core จากรุ่นเดิมที่ iPad mini 6 ใช้ชิป A15 Bionic
โดยชิป A17 Pro นี้เป็นชิปตัวเดียวกันกับ iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ทำให้ iPad mini 7 สามารถใช้งาน Apple Intelligence และเล่นเกมระดับ AAA ที่มี Ray Tracing เน้นกราฟิกหนัก ๆ ได้ลื่นไหล
และยังสามารถใช้กับงานที่มีกราฟิกระดับสูงได้ เช่น การตัดต่อวิดีโอ แอป AR หรือการเล่นเกม AAA ที่มี Ray Tracing
และที่สำคัญคือ iPad Mini 7 ก็มาพร้อมกับ iPadOS 18 และ Apple Intelligence ซึ่งมีฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง ขณะที่ iPad Mini 6 รองรับ iPadOS 15 ตอนเปิดตัว และอัปเดตได้ถึง iPadOS 17 เท่านั้น
งั้นเรามาดูกันค่ะว่า iPad Mini 7 ที่มาพร้อมกับ iPadOS 18 เนี่ย มันสามารถทำอะไรได้บ้าง มาเริ่มที่แอปเครื่องคิดเลขกันก่อนเล้ยยย หลายคนรอคอยอยู่ใช่มั้ยคะว่า iPad จะมีเครื่องคิดเลขเมื่อไหร่ ตอนนี้ iPad ที่อัปเดต iPadOS 18 ได้ก็เครื่องคิดเลขแล้วว แถมมีฟีเจอร์ให้ใช้เพียบ!
อัปเดตแอปพลิเคชันใหม่
แอป เครื่องคิดเลข Calculator อัปเดตใหม่ แอปเครื่องคิดเลขอัปเดตมาสำหรับหน้าจอขนาดใหญ่ของ iPad และมาพร้อมกับเครื่องมือใหม่ๆ เช่น การแปลงหน่วย สมุดโน้ตคณิตศาสตร์ และดูประวัติการคิดเลขได้
แอป Notes มีฟีเจอร์ Math Notes หรือสมุดโน้ตคณิตศาสตร์ โดยเราสามารถเข้าแอปโน้ตเพื่อเขียนใช้ฟีเจอร์นี้ได้เลย หรือเข้าจากเครื่องคิดเลขก็ได้เช่นกัน จากการกดที่ไอคอนเครื่องคิดเลขที่มุมล่างซ้าย และกดโน้ตคณิตศาสตร์ เท่านี้ก็สามารถใช้งานแอป Note ได้แล้ว และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจเช่น
- Math Notes ที่สามารถสร้างกราฟและจัดการตัวแปรได้ แก้โจทย์คณิตศาสตร์ แก้สมการได้เหมือนกับที่เราคิดคำนวนบนกระดาษ เช่น เขียนว่า “1+1 = ” แอปก็จะเติมคำตอบให้ทันที แต่ถ้าโจทย์ยากมาก ๆ อาจจะยังแก้ไม่ได้
- Smart Script การเขียนที่สะดวกและเหมือนลายมือจริง เขียนบนโน้ตแล้วมันจะแก้ลายมือเราให้ดีกว่าเดิมนิดนึง
Apple Intelligence
นอกจากนี้ iPad Mini 7 ก็สามารถใช้ Apple Intelligence ได้แต่ iPad รุ่นอื่นที่ใช้ชิป A17 Pro หรือ M1 ขึ้นไปก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน ทำตามนี้ได้เลย
ใครที่ใช้ไอแพดเป็นภาษาไทยอยู่ต้องเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษก่อน ทำได้โดย
- กดที่การตั้งค่า
- เลือกทั่วไป
- เลือก ภาษาและภูมิภาค
- แล้วกด ใช้อังกฤษ
แต่ถ้าใครใช้เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็ข้ามไปการตั้งค่าเพื่อเปิดการใช้งาน Apple Intelligence & Siriได้เลยตามวิธีดังต่อไปนี้
- กดที่การตั้งค่า
- กดที่ Apple Intelligence & Siri
- กดเปิดใช้งาน Apple Intelligence
แล้วก็ต้องตั้งค่าเพิ่มอีกนิดหน่อยในการตั้งค่า โดย…
- กด Screen Time
- กด Content & Privacy Restrictions
- กดเปิด Content & Privacy Restrictions
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Apple Intelligence
และฟีเจอร์ของ Apple Intelligence บน iPad ที่น่าสนใจเช่น
- Writing Tools: AI ของ Apple ที่ช่วยเกี่ยวกับการเขียน ไม่ว่าจะเป็นการสรุปความ, การ Rewrite ให้ใช้คำและโทนการเขียนที่เหมาะสม
- Siri: เข้าใจภาษาได้ลึกซึ้งและโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Memories: ช่วยเลือกภาพถ่ายและวิดีโอที่ดีที่สุด โดยอิงจากคำอธิบายของผู้ใช้ สร้างโครงเรื่อง แล้วจะจัดเรียงภาพและวิดีโอมาให้
- Clean Up: ช่วยลบคน หรือวัตถุที่ไม่ต้องการในภาพถ่ายได้อย่างง่าย
และที่สำคัญ Apple Intelligence ไม่รองรับภาษาไทย แต่ถ้าใครอยากใช้ ai เป็นภาษาไทยบนเครื่องของเราเองแบบไม่ง้อ Cloud ก็สามารถใช้แอป LLM Farm ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันฟรีที่ช่วยให้เราใช้งานโมเดล LLM เช่น Llama 3 บน iPad ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งวิธีการติดตั้งมีดังนี้
- ดาวน์โหลดแอป LLM Farm จาก App Store และติดตั้งบน iPad ของเรา
- เปิดแอป LLM Farm แล้ว ดาวน์โหลดโมเดลมา โดยไปที่ Settings > Download แล้วเลือก LLama 3.2 Instruct 3B
- กดเครื่องหมายบวก (+) เพื่อเพิ่มแชท
- ตั้งค่า chat โดยเลือก Setting template เป็น LLaMa 3 Instruct และเลือก Model เป็น LLama 3.2
- กด Add เท่านี้เราก็สามารถใช้ AI Chatbot ได้แล้ว ซึ่งโมเดลตัวนี้จะเป็นโมเดลตัวเล็ก ความสามารถเลยมีข้อจำกัดอยู่บ้าง
ทดสอบการใช้งาน
จากการทดลอบบนโปรแกรม Antutu iPad mini 7 ได้คะแนนได้สูงพอ ๆ กับชิปตระกูล M1 ใน iPad Air M1
การเล่นเกมบน iPad mini 7
เกม Zenless Zone Zero เกมแนว AAA ที่มี Ray Tracing ซึ่งแม้ iPad Mini 7 จะเป็นอุปกรณ์พกพาขนาดกะทัดรัด แต่ก็สามารถรองรับเกมระดับนี้ได้อย่างดีเยี่ยม กราฟิกสวยงาม เอฟเฟกต์ต่าง ๆ ละเอียดสมจริง แต่จะมีอาการกระตุกเล็กน้อยในบางช่วงที่เอฟเฟกต์เยอะ ๆ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความสนุกในการเล่น
เกม ROV ลองเล่นแล้วรู้สึกว่าเล่นเกมได้ลื่นไหล ไม่มีอาการกระตุกแม้ในฉากที่ตัวละครเยอะ ๆ และใช้สกิล ขนาดเครื่องที่พอดีมือทำให้สามารถควบคุมตัวละครและสกิลต่างๆได้ง่าย แต่เมื่อเล่นไปเกมนึงก็มีเครื่องอุ่นเบาๆ แต่ไม่ได้ถึงกับร้อน
การตัดต่อบน iPad mini 7
สำหรับงานตัดต่อเล็ก ๆ น้อย ๆ ผ่าน Final Cut Pro สามารถใช้ได้ปกติ ไม่กระตุก เหมาะกับการพกไปทำงานข้างนอก เพราะเล็ก เบา จับถนัดมือกว่ามือถือ แต่หากต้องการตัดคลิปจริง ๆ จัง ๆ แบบมืออาชีพไม่แนะนำ เพราะว่าแอป, ฟีเจอร์ต่าง ๆ และคีย์ลัดไม่ค่อยเอื้อกับการใช้งานมากเท่าคอมพิวเตอร์
แต่ก็สามารถเสียบสายต่อจอ Monitor, จอทีวีเพิ่มได้ ใช้งานร่วมกับเมาส์ และคีย์บอร์ดที่เป็น Bluetooth ก็จะตัดสะดวกขึ้นเยอะ หรือใครพกโน๊ตบุ๊กไปทำงานด้วย ก็ใช้ iPad Mini 7 เป็นจอเสริมได้
ทดสอบ Apple Pencil
ปากกาที่ใช้กับ iPad mini 7 ได้จะมีแค่ Apple Pencil (USB‑C) และ Apple Pencil Pro เท่านั้น แต่แนะนำว่าใช้ Apple Pencil Pro จะดีกว่า เพราะว่าสามารถใช้งานฟีเจอร์ Apple Pencil Hover หรือ การยกปลายปากกาได้
ราคา iPad mini 7
iPad Mini 7
ความจุ 128 GB ราคา 17,900 บาท
ความจุ 256 GB ราคา 21,900 บาท
ความจุ 512 GB ราคา 28,900 บาท
และถ้าเปรียบเทียบราคาของ iPad mini 7 กับ iPad รุ่นอื่น ๆ ก็จะได้ตามนี้เลย
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
รีวิว iPad mini 7 มาพร้อมชิป A17 Pro มีอะไรใหม่? น่าซื้อไหม? เหมาะกับใคร? ใช้งานจริงจะรอดไหม?
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs




