คำถาม Wi-Fi ที่พบบ่อย ไขข้อสงสัยสำหรับใครที่อยากได้เน็ต Wi-Fi แรงๆ และเคล็ดลับวิธีที่ทำให้ Wi-Fi เร็ว แรงที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้
6 คำถาม Wi-Fi ที่พบบ่อย และวิธีที่ทำให้ใช้เน็ตเร็วขึ้น
ใช้เน็ต ใช้ Wi-Fi แต่บางทีก็ยังมีเรื่องสงสัย งั้นมาคลายข้อสงสัยเหล่านั้นกับ 6 คำถาม Wi-Fi ที่พบบ่อย
สัญญาณ Wi-Fi แรง = อินเทอร์เน็ตเร็ว?
ถ้าสัญญาณ Wi-Fi แรงขึ้น จะทำให้เน็ตเร็วขึ้นจริงมั้ย? คำตอบก็คือ…ไม่จริง เพราะความแรงของสัญญาณ Wi-Fi กับความเร็วอินเทอร์เน็ตเป็นคนละเรื่องกัน แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกัน เพราะถ้าสัญญาณ Wi-Fi แรง ก็ทำให้เราเล่นอินเทอร์เน็ตได้ลื่น
Wi-Fi คือประเภทของการส่งสัญญาณสื่อสารกันของอุปกรณ์ 2 อุปกรณ์ เช่น เราเตอร์กับมือถือ ความแรงของสัญญาณ Wi-Fi หมายถึงสัญญาณที่อุปกรณ์ได้รับจากเครื่องอื่นที่ส่งมาให้ เช่น โทรศัพท์มือถือรับ Wi-Fi จากเราเตอร์ ซึ่งซึ่งสามารถดูความแรงนี้ได้จากที่มุมจอ ถ้าสัญญาณแรง ก็หมายความว่าอุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลกับเราเตอร์ส่งได้สะดวก นั่นจึงส่งผลให้เราเล่นเน็ตได้ลื่น แต่ถ้าเราสัญญาณ W-Fi ที่มือถือของเราได้รับไม่ดีนัก เราก็จะเล่นเน็ตสะดุดไปด้วย
Wi-Fi ไม่ได้ใช้กับแค่อินเตอร์เน็ต
สัญญาณ Wi-Fi ไม่ได้ใช้กับอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วยเช่น ปริ้นเตอร์บางรุ่น ก็สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ด้วย Wi-Fi ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า Wi-Fi ไม่ใช่ความเร็วอินเตอร์เน็ตจากหน่วยของทั้งสองสิ่งนี้ โดยความแรงของสัญญาณ Wi-Fi มีหน่วยเป็น dBm ในขณะที่ความเร็วอินเทอร์เน็ตมีหน่วยเป็น Mbps ดังนั้นความเร็วของอินเตอร์เน็ต กับความแรงของสัญญาณ Wi-Fi จึงเป็นคนละอย่างกัน แต่เพราะเราใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ประสิทธิภาพและความแรงของสัญญาณ Wi-Fi จึงมีผลกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเรา
ปัจจัยที่ทำให้ Wi-Fi แรง
ความแรงของสัญญาณ Wi-Fi ขึ้นอยู่ปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งถ้าอยากทำให้สัญญาณ Wi-Fi แรงๆ ลองวิธีง่ายๆ เช่น เขยิบเข้ามาใกล้ๆ เราเตอร์ หรือวางเราเตอร์ในจุดที่ไม่มีอะไรกีดขวาง แต่ถ้าใครพยายามเข้าใกล้เราเตอร์ที่สุดแล้ว แต่ก็ยังไกลอยู่ดี หรือจำเป็นต้องนั่งที่ห้องอื่นๆ ในบ้าน ก็คงต้องลองหา Wi-Fi Repeater หรือ Mesh มาใช้เพื่อเพิ่มความแรงของสัญญาณ Wi-Fi
ทั้ง Wi-Fi Repeater และ Mesh ทำหน้าที่เหมือนกันคือ ช่วยทำให้สัญญาณ Wi-Fi ส่งจากเราเตอร์ได้ไกลขึ้น แก้ปัญหาเวลาที่เราอยู่ไกลจากเราเตอร์ หรือมีสิ่งของมากีดขวางสัญญาณ แต่ Wi-Fi Repeater และ Mesh ต่างกันที่รายละเอียดเล็กน้อยตรงที่ Wi-Fi Repeater จะทำให้สัญญาณปลายทางดรอปลงไปมากกว่า และครอบคลุมพื้นที่ได้น้อยกว่า Mesh แต่ Mesh ก็จะราคาแพงกว่า ดังนั้นจึงควรเลือกตามการความเหมาะสมในการใช้งาน
เอากระป๋องไปคลุมเสา Wi-Fi ช่วยให้สัญญาณดีขึ้นจริงหรือไม่?
เคยเห็นภาพ หรือคลิปในอินเทอร์เน็ตที่เอากระป๋องมาตัดแล้วติดเข้ากับเสา Wi-Fi ไหม เค้าบอกว่าทำแล้ว Wi-Fi จะแรงขึ้นจริงไหม? คำตอบก็คือ…จริง…แต่แค่นิดเดียวนะ
เหตุผลที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า โดยปกติแล้วสัญญาณ Wi-Fi จะถูกส่งออกมารอบๆ เสาสัญญาณ แล้ววัสดุของกระป๋อง หรือแผ่นฟลอยมีคุณสมบัติสามารถสะท้อนสัญญาณ Wi-Fi ได้ พอเราเอากระป๋อง หรือแผ่นฟลอยไปบังสัญญาณที่กระจายไปที่อื่นให้มันสะท้อนมาหาเรา ก็จะทำให้เราได้รับสัญญาณ Wi-Fi ได้ดีขึ้น แต่มันมีผลแค่นิดเดียว ซึ่งวิธีที่ดีกว่าและง่ายกว่าก็คือปรับเสานึงเป็นแนวตั้ง และอีกเสาเป็นแนวนอน เพื่อให้สัญญาณ Wi-Fi ที่ส่งออกมาจะได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
รีเซ็ตเราเตอร์แล้ว Wi-Fi จะเร็วขึ้นไหม?
ถ้า Wi-Fi มันช้า เรารีเซ็ทเราเตอร์แล้ว Wi-Fi จะช่วยให้เร็วขึ้นไหม คำตอบก็คือ…ไม่ช่วย และที่สำคัญการรีเซ็ทเราเตอร์อาจทำให้มีปัญหามากกว่าเดิมด้วย
การรีเซ็ทเราเตอร์ ไม่ใช่การปิดเราเตอร์ แล้วเปิดใหม่ ถ้าปิดแล้วเปิดใหม่แบบนี้จะเรียกว่ารีบูท แต่การรีเซ็ทก็คือการกดปุ่มรีเซ็ทที่หลังตัวเราเตอร์ ซึ่งจะเป็นการล้างค่าทั้งหมดที่เคยตั้งไว้กลับไปสู่การตั้งค่าเหมือนเพิ่งแกะกล่องออกมา ซึ่งอาจทำให้เราเชื่อมต่อตัวเราเตอร์ไม่ได้
ดังนั้นจึงไม่ควรรีเซทเราเตอร์ แต่ใช้การรีบูทหรือปิด เปิดใหม่แทนซึ่งจะช่วยได้ เหตุผลที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า การรีบูทจะช่วยในเรื่องต่อไปนี้ เช่น
- เคลียร์หน่วยความจำของเราเตอร์ รวมถึงข้อผิดพลาดในการทำงานต่างๆ ที่มีการสะสมอยู่ในเราเตอร์
- เคลียร์ช่องสัญญาณ Wi-Fi ทุกครั้งที่มีการรีบูต เราเตอร์จะสแกนและเลือกช่องสัญญาณ Wi-Fi ที่ว่างอยู่ ช่วยให้เราใช้เน็ตได้เสถียรขึ้น
- ช่วยป้องกันการโจมตีไซเบอร์ เพราะการรีบูตเราเตอร์จะทำให้การเชื่อมต่อเริ่มต้นใหม่ ส่งผลให้ IP Address เปลี่ยน ซึ่งถ้าเครื่องของเรากำลังถูกควบคุมระยะไกล ก็จะเป็นการตัดการควบคุมนั้นได้
แล้วควรรีบูทเราเตอร์เมื่อไหร่? เรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเพราะขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน แค่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าเน็ตช้า หรือมีปัญหา เวลานั้นแหละคือเวลาที่ควรรีบูทเราเตอร
เน็ตมือถือกับ Wi-Fi อะไรจะดีกว่ากัน?
บางคนอาจจะสงสัยว่าอินเทอร์เน็ตมือถือกับ Wi-Fi อะไรดีกว่ากัน ควรเลือกสมัครบริการแบบไหนดี คำตอบก็คือ…ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เพราะปัจจัยที่เราต้องดูมีหลายด้าน เช่น ความเร็ว, ความเสถียรของสัญญาณ, และความสะดวกในการใช้งาน
- ความเสถียรของสัญญาณ เน็ต WI-Fi จะดีกว่า เพราะอิเทอร์เน็ตมือถือรับสัญญาณจากเสาสัญญาณของผู้ให้บริการ ทำให้ความเสถียรของสัญญาณ ขึ้นอยู่กับเสานั้นๆ รวมถึงถ้าสภาพอากาศ ขณะที่ Wi-Fi สัญญาณอินเทอร์เน็ตจะมาตามสาย แล้วมากระจายที่เราเตอร์ของเราอีกที ทำให้สภาพอากาศก็ไม่รบกวนสัญญาณเน็ต
- ความสะดวก เรื่องนี้เน็ตมือถือสะดวกกว่าแน่นอน เพราะเราจะใช้ที่ไหนก็ได้ ขณะที่ Wi-Fi ถ้าเราเตอร์ส่งสัญญาณไม่ถึง เราก็ใช้เน็ตไม่ได้
- ความเร็ว เรื่องนี้ตอบยาก เพราะความเร็วของเน็ตมือถือต้องดูที่ว่าเราใช้เทคโนโลยี 4G หรือ 5G ซึ่ง 5G: มีความเร็วสูงสุดถึง 10 Gbps ในขณะที่ ความเร็วของ Wi-Fi ก็ขึ้นอยู่กับประเภท Wi-Fi ที่เราเตอร์รองรับ เช่นถ้าเป็น Wi-Fi 6 นี่ก็จะมีความเร็วสูงสุดที่ 9.6 Gbps แต่ถ้า Wi-Fi 7 ที่ออกมาใหม่ล่าสุดก็จะมีความเร็วสูงสุดถึง 30 Gbps และทำสำคัญขึ้นอยู่กับแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตที่เราใช้ด้วย
เราเตอร์ที่มีเสาสัญญาณเยอะๆ ช่วยให้ Wi-Fi เร็วขึ้นจริงหรือไม่?
เราเตอร์แพงๆ ที่มีเสาเยอะๆ เสาพวกนี้ช่วยให้ Wi-Fi เร็วขึ้นจริงหรือไม่? คำตอบก็คือ…ไม่เสมอไป อาจจะเร็วขึ้น หรือเร็วเท่าเดิมก็ได้
เสาเราเตอร์มีหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิทัลจากเราเตอร์เป็นคลื่นวิทยุในย่านความถี่ 2.4 GHz หรือ 5 GHz เพื่อสื่อสารกับอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งจะเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทางคือเราเตอร์ส่งสัญญาณหามือถือ และมือถือก็ส่งกลับไปเหมือนคนคุยกัน แต่เสาของเราเตอร์ไม่ได้ส่งผลกับความเร็วของอินเทอร์เน็ตโดยตรง เพราะเรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับแพคเกจอินเตอร์เน็ตที่เราซื้อ และคุณภาพของผู้ให้บริการ เช่นถ้าเราซื้อแพคเกจอินเตอร์ 1 Gbps ความเร็วอินเตอร์เน็ตสูงสุดที่เราใช้ได้ก็จะแค่ 1 Gbps เท่านั้น แต่เสาเราเตอร์ก็ส่งผลในทางอ้อมด้านประสิทธิภาพในการใช้อินเทอร์เน็ตเช่น ความแรงของสัญญาณที่สูงขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขึ้น มีความเสถียรของการเชื่อมต่อมากขึ้น เพราะกำลังส่งมากขึ้น และรองรับจำนวนอุปกรณ์ได้มากขึ้น ทำให้เชื่อมต่อได้หลายเครื่องมากขึ้น
แต่เราเตอร์ที่มีเสาเยอะกว่าก็ย่อมมีราคาที่แพงกว่าด้วย ดังนั้นการเลือกซื้อเราเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานจึงจะดีที่สุด ถ้ามีอุปกรณ์ไม่เยอะ มีคนใช้ไม่กี่คน ใช้แค่ในบ้าน เราเตอร์สองเสาก็เหลือเฟือแล้ว แต่ถ้าเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหารที่มีคนเยอะๆ มีหลายอุปกรณ์ มีพื้นที่กว้าง เราเตอร์ที่มีเสาเยอะๆ ก็จะตอบโจทย์มากกว่า
ซึ่งมาตรฐานของ Wi-Fi มราเราเตอร์รองรับก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน อย่างปีนี้มาตรฐานของ Wi-Fi ก็เข้าสู่ Wi-Fi 7 แล้วซึ่งแน่นอนว่า เร็วขึ้น แรงขึ้น แต่ถ้าเราซื้อเราเตอร์ Wi-Fi 7 มาใช้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเล่นเน็ตได้เร็วขึ้นเสมอไป เพราะถ้าอุปกรณ์ที่ใช้รองรับแค่ Wi-Fi 6 ความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เราใช้ได้ ก็จะอยู่แค่ Wi-Fi 6 เท่านั้น
เราเตอร์แพงกว่า Wi-Fi ดีกว่า?
เวลาเราติดเน็ตบ้านผู้ให้บริการก็มักจะแถมเราเตอร์มาให้ด้วย แต่เราก็ยังเห็นว่ามีเราเตอร์ขาย ซึ่งแพงด้วย แล้วเราเตอร์แพงๆ มันดีกว่าเราเตอร์แถมไหม? คำตอบก็คือ…ดีกว่า
เพราะเราเตอร์ที่แพงกว่าก็จะมีฟีเจอร์เยอะกว่า เช่น รองรับคลื่นความถี่เยอะกว่า จำนวนเสาที่เยอะกว่า การใช้ประโยชน์จากเสาที่มีอยู่เยอะๆ ส่งสัญญาณไปที่อุปกรณ์เดียว ทำให้ใช้งานเน็ตได้มีประสิทธิภาพมากกว่า นี่ยังไม่นับคุณภาพของอุปกรณ์ภายในที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าด้วยนะ ดังนั้นเราเตอร์ที่แพงกว่าก็ย่อมดีกว่า แต่เราเตอร์ราคาแพงไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป เพราะมันขึ้นอยู่กับการใช้งาน ต่อให้มีฟีเจอร์เยอะมาก แต่ถ้าไม่ได้ใช้ ก็ไม่มีประโยชน์
แล้วเราจำเป็นต้องโยนเราเตอร์แถมฟรีทิ้ง แล้วซื้อใหม่หรือไม่ คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าเราใช้แค่คนเดียว ไม่ได้มีอุปกรณ์เยอะ เราเตอร์แถมฟรีก็ใช้ได้เหลือเฟือแล้ว
ชมรายการ Digital Thailand ตอน “ เช็คว่าใครใช้ wifi เราบ้าง พร้อมวิธีป้องกัน! ” ได้ที่รายการย้อนหลังตอนนี้เลย
https://it24hrs.com/2024/tips-trick-wifi-wi-fi-internet/
ออกอากาศวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567
ในรายการ Digital Thailand ทุกวันเสาร์ ทางช่อง 3 กด 33 เวลา 4.40-5.05 น.
ยังมีบทความที่น่าสนใจ
เช็คว่าใครใช้ wifi เราบ้าง พร้อมวิธีป้องกัน!
วิธีสแกนรหัสผ่าน Wi-Fi โดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่านเอง
อย่าลืมกดติดตามอัปเดตข่าวสาร เทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 0802345023



