เทคโนโลยีมาแรงแห่งปี 2025 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คแค่ AI เท่านั้น แล้วมีเทคโนโลยีอะไรที่ลํ้าๆ บ้างไปดูกัน
12 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรงแห่งปี 2025 แต่ละอย่างล้ำสุด!
ในปี 2025 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าตอนนี้ใคร ๆ ก็โฟกัสไปที่ AI จนตอนนี้องค์กรทั่วโลกเกือบ 50% เตรียมนำ AI มาใช้เพื่อช่วยในการตัดสินใจ แต่เทคฯ ลํ้าๆ ที่น่าจับตามองในปี 2025 นี้ไม่ได้มีแค่ AI เท่านั้น แล้วจะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน
Scaled Agile Framework (SAFe)
Scaled Agile Framework (SAFe) เป็นกรอบงานที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถนำหลักการของ Agile ที่เป็นแนวคิดการทำงานที่เน้นความยืดหยุ่น มาปรับใช้ในองค์กรได้
แนวคิดนี้จะช่วยให้ทีมงานที่มีขนาดใหญ่หลายทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสอดคล้องกัน และสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้รวดเร็ว ตัวอย่างขององค์กรที่นำกรอบการทำงานแบบนี้ไปใช้แล้ว เช่น Intel และ FedEx ที่ได้นำ Scaled Agile Framework มาใช้เพื่อปรับขนาดแนวทางการทำงานให้คล่องตัวขึ้น ส่งผลให้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสร้างความร่วมมือระหว่างฝ่ายพัฒนา ฝ่ายปฏิบัติการ และหน่วยธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เครื่องมือและเทคโนโลยีสำหรับการป้องกันข้อมูลบิดเบือน
เพราะข่าวปลอมและ Fake news มีเยอะเต็มอินเตอร์เน็ตไปหมด ทำให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือ AI เพื่อตรวจจับเนื้อหาที่เป็นเท็จเหล่านี้
เครื่องมือ AI ตรวจจับข่าวปลอมและ Fake news มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย ตัวอย่างเช่น NewsGuard บริษัทที่ให้บริการตรวจสอบและให้คะแนนความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ข่าวต่าง ๆ และ Jigsaw บริษัทย่อยของ Google ทั้งสองบริัษัทนี้กำลังสร้างแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อระบุและต่อต้านข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดีย เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้จะได้รับเนื้อหาที่ถูกต้อง
CRISPR เทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรม
CRISPR และเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรมอื่นๆ กำลังปฏิวัติวงการสุขภาพ เพราะทำให้สามารถแก้ไขความผิดปกติทางพันธุกรรมและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้
CRISPR (Clustered Regularly Interspaced Short Palindromic Repeats) เป็นเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรมที่มีความแม่นยำสูง สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอได้อย่างเฉพาะเจาะจง เปรียบเสมือนกับการใช้กรรไกรตัดและแก้ไข DNA ในระดับโมเลกุล ตัวอย่างการใช้ CRISPR เช่น การรักษาโรคโลหิตจางแบบธาลัสซีเมียที่เกิดจากความผิดปกติของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง และพืชทางการเกษตรที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมให้ทนต่อสภาพอากาศ
Voice User Interfaces สำหรับการโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
Voice User Interfaces กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนใช้โต้ตอบกับเครื่องจักร ทำให้การควบคุมอุปกรณ์และเข้าถึงข้อมูลที่เป็นธรรมชาติและไม่ต้องใช้มือ
Voice User Interfaces เพิ่มความสะดวกสบาย การเข้าถึง และประสิทธิภาพในการทำงานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติภายในบ้านไปจนถึงการจัดการด้านสุขภาพ ตัวอย่างเช่น ลำโพงอัจฉริยะ Amazon Alexa และ Google Home ที่เป็นอุปกรณ์ในหลาย ๆ บ้าน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน เล่นเพลง และจัดการตารางเวลาผ่านคำสั่งเสียงได้
ในด้านสุขภาพ ผู้ช่วยเสมือนจริงที่ควบคุมด้วยเสียงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุเพื่อจัดการตารางเวลาการรับประทานยา รวมถึงในเวลาฉุกเฉิน
Extended Reality (XR)
Extended Reality หรือ XR เป็นเทคโนโลยีที่คผสมผสานโลกความเป็นจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกัน ทำให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่า
XR ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลัก 3 ประเภทได้แก่
- Virtual Reality หรือ VR : โลกเสมือนจริงที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่นั้นๆ เช่น การใส่แว่น VR เพื่อดูหนัง VR หรือเล่นเกม
- Augmented Reality หรือ AR : คือการนำวัตถุเสมือนมาซ้อนทับบนโลกจริงที่เราจะมองเห็นได้ผ่านอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เกม Pokémon Go ที่ให้เราจับโปเกมอนผ่านมือถือ
- Mixed Reality หรือ MR : เป็นการผสมผสานระหว่าง VR และ AR ทำให้วัตถุเสมือนและวัตถุจริงสามารถโต้ตอบกันได้ เช่น แว่น HoloLens
Facebook, Microsoft และ Apple ต่างก็กำลังลงทุนกัลเทคโนโลยีนี้ และแข่งกันผลิตแว่นออกมาขาย
Immersive Reality
Immersive Reality ก็เป็นโลกเสมือนจรงเหมือนกัน แต่จะมีความหมายที่ครอบคลุมมากว่า XR // เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นจริงๆ ขณะที่ XR จะเป็นการรวมเอาเทคโนโลยีเสมือนจริง VR, AR และ MR เข้าไว้ด้วยกัน ตัวอย่างของ Immersive Reality ก็คือ Horizon Workrooms ของ Meta ที่ใช้แว่น VR ร่วมกับการจำลองสภาพแวดล้อมของสำนักงานในโลกจริง เพื่อให้ทีมงานสามารถทำงานจากระยะไกลได้ในพื้นที่เสมือนจริง หรือแว่น Osso VR ที่ใช้ฝึกอบรมการผ่าตัด ช่วยให้แพทย์สามารถปฏิบัติขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างใกล้เคียงกับความเป็นจริง
Horizon Workrooms – Remote Collaboration Reimagined
Cybersecurity Mesh เครือข่ายที่ปลอดภัย
เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น เครือข่ายรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ก็เลยต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้นตามไปด้วย
Cybersecurity Mesh เป็นแนวคิดในการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบกระจายศูนย์ โดยเชื่อมโยงเครื่องมือและเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องระบบเครือข่ายจากภัยคุกคามที่หลากหลาย บริษัทต่าง ๆ กำลังนำกรอบงานนี้มาใช้เพื่อให้แน่ใจว่า แม้ว่าถ้าระบบส่วนหนึ่งถูกบุกรุก ระบบทั้งหมดจะไม่โดนโจมตีไปด้วย บริษัท J.P. Morgan Chase ได้ลงทุนอย่างมหาศาลกับรักษาความปลอดภัยแบบนี้ เพื่อเพื่อปกป้องเครือข่ายและะข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของลูกค้า
เครื่องมือแบบใหม่สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์
เครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ไม่ใช่แค่กการเขียนโปรแกรมแบบทั่วไป แต่ยังรวมถึงการพัฒนา AI และแพลตฟอร์มเขียนโปรแกมแบบ Low-code, No-code
เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาโปรแกรม และแอปพลิเคชั่นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคก็สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ ตัวอย่าง เช่น GitHub Copilot ที่เป็นเครื่องมือเขียนโปรแกรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้ผู้ใช้เขียนโค้ดได้เร็วขึ้น โดยมี AI ช่วยเติมเต็มและแนะนำโค้ด อีกตัวอย่างหนึ่งคือ OutSystems แพลตฟอร์มแบบ Low-code ที่ได้รับความนิยมในขณะนี้
Decentralized Finance หรือ DeFi
Decentralized Finance หรือ DeFi เป็นระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ ที่ทำงานบนจากเทคโนโลยีบล็อกเชน
เราคุ้นเคยกับระบบ Centralized Finance ที่มีธนาคารเป็นศูนย์กลางกันดี ธนาคารจะเป็นตัวกลางทางการเงิน และตรวจสอบความถูกต้อง แต่ Decentralized Finance จะใช้บล็อกเชนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องทำให้ไม่ต้องมีตัวกลาง ทำให้ต้นทุนต่ำลง ตัวอย่างของ DeFi เช่น แพลตฟอร์ม Aave และ Uniswap ที่เป็นผู้นำใน DeFi โดยให้บริการหลายรูปแบบในสกุลเงินดิจิทัล
หุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่ทำงานได้หลายอย่างพร้อมกัน
หุ่นยนต์ยุคถัดไปจะสามารถทำงานได้หลายอย่างพร้อมกัน และยังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้ด้วย
หุ่นยนต์อเนกประสงค์เหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงระบบอุตสาหกรรมโดยสามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ในเวลาเดียวกัน หรือปรับเปลี่ยนงานได้ตามสถานการณ์ ทำให้มีผลผลิตที่ดีขึ้น และลดต้นทุนแรงงานลง เช่นหุ่นยนต์ Spot ของ Boston Dynamics ที่กำลังถูกนำไปใช้งานจริงในหลายอย่างได้พร้อมๆ กัน เช่นการตรวจสอบอุตสาหกรรม, การช่วยเหลือด้านสุขภาพ การทำความสะอาด, บริการรูมเซอร์วิส และปฏิบัติหน้าที่แทนพนักงานต้อนรับ
AI และ Machine Learning ส่วนบุคคล
จาก AI และ Machine Learning ที่ถูกใช้กันอย่างทั่วไป ในอนาคตอะนใกล้นี้มันกำลังถูกพัฒนาขึ้นเจาะจงเฉพาะบุคคลมากขึ้น
จากการวิเคราะห์ Big Data เทคโนโลยีเหล่านี้จะยกระดับคำแนะนำต่างๆ การรักษาทางการแพทย์ และการให้คำปรึกษาทางการเงินที่เหมาะกับคนที่ใช้บริการโดยเฉพาะ เช่น Amazon และ Netflix ที่กำลังปรับปรุงอัลกอริทึมเพื่อมอบประสบการณ์การช็อปปิ้ง และความบันเทิงที่ตรงใจผู้ใช้ ในด้านการแพทย์ มีการพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ปรับแต่งตามข้อมูลทางพันธุกรรมและวิถีชีวิตของผู้ป่วย
Edge Computing เพื่อการประมวลผลแบบเรียลไทม์
Edge Computing เป็นแนวคิดในการนำข้อมูลไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ แต่แตกนต่างจากคราวด์
Edge Computing จะต่างจากคลาวด์ตรงที่ Edge Computing จะส่งข้อมูลไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้แหล่งกำเนิดข้อมูล หรือผู้ใช้งานมากที่สุด ขณะที่ Cloud จะส่งข้อมูลไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์กลาง ทำให้ Edge Computing สามารถลดเวลาในการส่งข้อมูล และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การดูแลสุขภาพ และการขับขี่อัตโนมัติที่ต้องมีการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ชมรายการ Digital Thailand ตอน ” 12 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรงแห่งปี 2025 แต่ละอย่างล้ำสุด! ” ได้ที่รายการย้อนหลังตอนนี้เลย
https://it24hrs.com/2025/12-technology-trends-of-2025/
ออกอากาศวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568
ในรายการ Digital Thailand ทุกวันเสาร์ ทางช่อง 3 กด 33 เวลา 4.40-5.05 น.
ยังมีบทความที่น่าสนใจ
สะพาน ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า สะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก!
10 เทคโนโลยีแห่งอนาคตประจำปี 2025 โดย MIT
อย่าลืมกดติดตามอัปเดตข่าวสาร เทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 0802345023




