Satellite Computing คืออะไร? จีนได้ปล่อยดาวเทียม 12 ดวงแรกของโครงการ “Three-Body Computing Constellation” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Star Compute” โดยมีเป้าหมายในการสร้าง Satellite Computing ในอวกาศครั้งแรกของโลก
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2025 จีนได้สร้างความฮือฮาในวงการเทคโนโลยีอวกาศด้วยการส่งดาวเทียม 12 ดวงแรกของโครงการ “Three-Body Computing Constellation” ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Star Compute” อันทะเยอทะยาน โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างเครือข่าย Satellite Computing ในอวกาศ โดยใช้ดาวเทียมหลายพันดวงที่มีขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและ AI ในตัว
Satellite Computing คืออะไร?
Satellite Computing หรือการประมวลผลผ่านดาวเทียม คือแนวคิดของการใช้ดาวเทียมในวงโคจรเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการประมวลผลข้อมูล แทนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดกลับมายังสถานีภาคพื้นดินเพื่อประมวลผล วิธีนี้ช่วยลดความล่าช้าในการส่งข้อมูล (latency) และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการการตอบสนองแบบเรียลไทม์ เช่น การจัดการภัยพิบัติ หรือการขับขี่ยานยนต์อัตโนมัติ
จุดเด่นของ Satellite Computing
- ลดความหน่วงเวลา (latency):
- ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ เช่น กล้อง หรือเรดาร์ บนดาวเทียมสามารถประมวลผลได้ทันที ไม่ต้องส่งกลับโลกเพื่อวิเคราะห์
- เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการการตัดสินใจรวดเร็ว เช่น การตอบสนองต่อภัยพิบัติ, การติดตามเป้าหมาย ฯลฯ
- ประหยัดแบนด์วิดท์:
- การส่งข้อมูลดิบจากอวกาศมายังโลกใช้ทรัพยากรมาก การประมวลผลในอวกาศช่วยคัดกรองและส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นกลับมา
- เพิ่มขีดความสามารถของ AI ในอวกาศ
- ด้วยชิป AI ที่ฝังอยู่ในดาวเทียม สามารถรันโมเดล Machine Learning ได้โดยตรง เช่น ตรวจจับภาพ, วิเคราะห์ภัยธรรมชาติ ฯลฯ
- กระจายการประมวลผล (Distributed Computing):
- เครือข่ายดาวเทียมหลายดวงทำงานร่วมกันเหมือนคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์บนโลก ทำให้สามารถประมวลผลขนาดใหญ่ได้ในอวกาศ
โครงการ Satellite Computing ของจีน
China Aerospace Science and Technology Corporation (CASC) ยืนยันความสำเร็จของภารกิจแรกภายใต้โครงการ “Satellite Computing” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะติดตั้งดาวเทียมหลายพันดวงที่มีสามารถในการประมวลผลบนตัวดาวเทียม
สมาชิกของโครงการ Satellite Computing ได้แก่ ADA Space ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งในปี 2018 และ Zhejiang Lab ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและ Alibaba Group นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมรายอื่นๆ เช่น SoftStone และ Kepu Cloud ที่กำลังพัฒนาศูนย์ข้อมูลภาคพื้นดินที่ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับกลุ่มดาวเทียม
หน่วยงานด้านอวกาศของจีนกล่าวว่า ดาวเทียม 12 ดวงแรกถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Long March-2D บริษัท ADA Space อธิบายว่าการนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคตรครั้งนี้เป็นกลุ่มดาวเทียมสำหรับการประมวลผลในวงโคจรครั้งแรกของโลก รายงานระบุว่าเครือข่ายทั้งหมดจะประกอบด้วยดาวเทียม 2,800 ดวงภายในปี 2029 โดยแต่ละดวงมีแบบจำลอง AI ที่ทรงพลังอยู่บนตัว
ดาวเทียมทั้ง 12 ดวงนี้มีความสามารถในการประมวลผล 5,000 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที หรือ 5 POPS (peta-operations per second) และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนเครื่อง 30 เทราไบต์ เป้าหมายระยะยาวคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในอวกาศที่มีขีดความสามารถในการประมวลผลถึง 1,000 POPS นอกจากนี้ ดาวเทียมเหล่านี้ยังมีระบบการสื่อสารระหว่างดาวเทียมด้วยเลเซอร์ที่มีความเร็ว 100 Gbps และติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับรังสีเอกซ์บนตัว ซึ่งจะทำให้เครือข่ายนี้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดบนโลก
ดาวเทียมดวงหนึ่งยังมีโพลาไรมิเตอร์รังสีเอกซ์ของจักรวาลที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยกวางสีและหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน (NAOC) ซึ่งจะตรวจจับ ระบุ และจำแนกเหตุการณ์ชั่วคราว เช่น การระเบิดของรังสีแกมมา ขณะเดียวกันก็ส่งข้อความเพื่อให้ภารกิจอื่นๆ สามารถติดตามการสังเกตการณ์ได้
การพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยกว่างซีนี้ยังช่วยให้สามารถศึกษาปรากฏการณ์สุดขั้วในอวกาศ เช่น การระเบิดของรังสีแกมมาได้
ADA Space ให้เหตุผลว่าความต้องการการประมวลผลแบบเรียลไทม์ในอวกาศที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีความสมเหตุสมผลที่จะติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมเข้าไปในวงโคจร จีนกำลังผลักดันที่จะเป็นผู้นำในการแข่งขันในวงโคจรครั้งใหม่นี้ ขณะที่สหรัฐอเมริกาจะลดงบประมาณของ NASA และปิดสำนักงานต่างๆ ภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารที่ต่อต้าน DEI
อ้างอิง spacenews.com cover english.spacechina.com
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
Satellite Computing คืออะไร? จีนกำลังเริ่มโครงการนี้ครั้งแรกของโลก
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs




