Opal คืออะไร? เครื่องมือเอไอที่ช่วยให้เราสามารถสร้าง AI mini-apps ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด และใช้งานฟรีจาก Google มาทำความรูจักว่า Opal มีฟีเจอร์อะไรบ้าง วิธีเริ่มใช้งาน และข้อจำกัดที่ควรรู้
Opal คืออะไร?
Opal คือเครื่องมือเอไอที่พัฒนาโดย Google Labs เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2025 ก็ได้มีการอัปเดตให้ใช้งานได้กว่า 160 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเครื่องมือนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้การสร้าง “AI mini-apps” เป็นเรื่องง่ายโดยมีจุดเด่นตรงที่ ผู้ใช้สามารถสร้าง AI mini-apps โดยเขียนแค่ Prompt หรือพิมพ์คำสั่งด้วยภาษาธรรมดา (Natural Language) และไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว นอกจากนี้ยังไม่ต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์เองด้วย (hosting by Google)
mini-apps คืออะไร?
mini-apps ในบริบทของ Opal หมายถึง แอปพลิเคชันขนาดเล็กแต่มีความสามารถครบถ้วน ที่สามารถทำงานแบบเป็นขั้นตอนตามลำดับขั้น (Multi-step Workflow) ได้ เช่น
- รับ Input จากผู้ใช้ : รับข้อมูลหรือคำสั่งจากผู้ใช้งานแอป
- ดำเนินการ: ส่งข้อมูลไปให้ โมเดล AI เช่น Gemini 2.5 Flash และ Pro, Imagen 4, Veo หรือเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อดำเนินการ
- ประมวลผล: ประมวลผลผลลัพธ์ที่ได้จากโมเดล AI
- แสดงผล: แสดงผลลัพธ์สุดท้ายกลับไปยังผู้ใช้
- แชร์: ผู้สร้างแอปสามารถแชร์ลิงก์แอปให้ผู้อื่นใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องวุยวายเรื่องเซิร์ฟเวอร์ เพราะแอปที่สร้างขึ้นจะมี Google เป็นผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์หรือ Hosting แบบอัตโนมัติ
ซึ่งหมายความว่า แอปที่สร้างด้วย Opal ไม่ได้จำกัดแค่หน้าเว็บนิ่ง ๆ แต่สามารถมีขั้นตอนการทำงาน (workflow) เป็นลำดับขั้น เช่น user input → model call → output →แชร์ได้ทันที
ทำให้ Opal เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการพัฒนาโปรแกรม แต่มีไอเดีย อยากสร้างเครื่องมือหรือแอปช่วยงานได้เอง
การทำงานหลักและฟีเจอร์เด่นของ Opal
Opal ทำงานโดยการเปลี่ยนคำสั่งภาษาธรรมดา (Prompt) ของผู้ใช้ให้เป็นโครงสร้างแอปพลิเคชันแบบ Visual Workflow
- สร้าง Workflow ด้วยภาษาธรรมดา (Prompt-based Generation) ผู้ใช้สามารถของแอปได้ เพียงพิมพ์ว่า อยากได้แอปอะไร AI แล้ว Opal ก็จะสร้างแอปให้ทันที เช่น “สร้างแอปให้ผู้ใช้กรอกข้อความ แล้ว AI สรุปให้” ซึ่ง Opal จะแปลงเป็น Workflow ที่ประกอบด้วยกล่องการทำงาน (Steps) และเชื่อมโยงกันโดยอัตโนมัติ
- แก้ไขผ่าน Visual Editor (No-Code Workflow) ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง Workflow ที่ AI สร้างขึ้น หรือสร้างใหม่เองได้ผ่าน Visual Editor ซึ่งในกระบวนการแก้ไข จะสามารถแก้ได้ด้วยการลาก-วางกล่องการทำงาน หรือ Steps ต่าง ๆ เช่น “User Input”, “Generate (AI)”, “Output” และเชื่อมโยงกันโดยไม่ต้องโค้ด
- รองรับ Output หลายชนิด เช่น แสดงผลลัพธ์เป็นเว็บเพจ, ส่งผลลัพธ์ไป Google Sheets, หรือสร้างหน้าแสดงผลแบบไดนามิก
- มี Gallery ของ Template มีแอปพลิเคชันตัวอย่างให้เลือก “Remix” หรือแก้ไขได้ทันที โดยผู้ใช้ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เพราะมีตัวอย่างแอปให้เลือก เช่น Blog Post Writer และ Learning with YouTube (ที่สร้าง Quiz จากลิงก์วิดีโอ)
- แชร์ง่าย ไม่ต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง
เมื่อสร้างเสร็จ คุณสามารถกด Publish/Share และแชร์ลิงก์ให้คนอื่นใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง เพราะแอปนั้นก็จะโฮสต์โดย Google
ตัวอย่างแอปพลิเคชันจาก Gallery และการใช้งาน
Opal มี Gallery ของ Template เริ่มต้นมาให้ เช่น
- Blog Post Writer : รีเซิร์ชหัวข้อและสร้างเนื้อหา Blog Post พร้อมรูปภาพประกอบเนื้อหา
- Learning with YouTube : ผู้ใช้ใส่ลิงก์ YouTube แล้วแอปจะประมวลผลเพื่อสร้าง Quiz คำถามจากวิดีโอนั้น
- Fashion Stylist : สร้างชุดที่เหมาะสมกับสภาพอากาศหรือโอกาสที่กำหนด
- City Games : สร้างแนวคิดและภาพ Visual ของเกมที่สร้างโดย AI
- Product Research : สร้างรายงานส่วนตัวสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการวิจัย
- Spelling Bee : ให้ AI ออกเสียงคำและประโยคตัวอย่าง แล้วให้ผู้ใช้สะกดคำ
วิธีเริ่มใช้งาน Opal
1) เข้าไปที่ เว็บไซต์ Opal (https://opal.google/landing/) แล้วล็อกอินด้วยบัญชี Google
2) เลือก “Create new” เพื่อสร้างแอปใหม่ หรือเลือก Template จาก Gallery เพื่อ Remix ซึ่งเราจะลองเขียนนิยายผีกเวย Template “Blog Post Writer”
3) เมื่อคลิกเข้าไปแล้วก็จะได้ Workflow มาให้ ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ด้วยการคลิก “Start”
4) แล้วหลังจากนั้นเราก็จะโพสต์เรื่องที่เราต้องการเขียนลงไป ซึ่งจะเห็นว่ามีกล่องคำสั่ง 3 สีที่แตกต่างกัน ได้แก่
- กล่องสีเขียวเหลือง หมายถึง กล่อง “Input” คือ กล่องที่รับข้อมูลจากผู็ใช้งานแอป เช่น การกรอกข้อความ, การตอบคำถาม, หรือการใส่ลิงก์
- กล่องสีฟ้า หมายถึง กล่อง “Generate” ซึ่งเป็นกล่องที่ สั่งให้ AI ทำงาน ตาม Prompt ที่กำหนด ภายในกล่องจะระบุ Prompt ที่ใช้สั่งงาน AI และโมเดล AI ที่ใช้ประมวลผล เช่น Gemini 2.5 Flash และ Pro, Imagen 4 (สำหรับสร้างรูปภาพ), หรือ Veo (สำหรับสร้างวิดีโอ)
- กล่องสีเขียว หมายถึง กล่อง “Output” คือ กล่องที่จะแสดงผลลัพธ์ของแอปให้กับผู้ใช้
5) และเราสามารถแก้ไข Prompt ในกล่อง Generate, เลือกโมเดล AI, และตั้งค่า Output ตามที่ต้องการ
6) แล้วระบบก็จะประมวลผลซักครู่
7) แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นนิยายผีพร้อมหน้าปกแบบนี้
8) ซึ่งเราก็สามารถดู “App” ด้านบน
9) ถ้าเราต้องการแก้ไข หรือออกแบบ Workflow ก็สามารถทำได้ที่หน้า Editor ซึ่งใช้วิธีลาก-วาง Steps ต่าง ๆ
10) เมื่อได้แอปที่พอใจแล้ว สามารถกด Share เพื่อแชร์ลิงกให้คนอื่นได้
ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรรู้
- ตอนนี้ Opal ยังอยู่ในสถานะ “ทดลอง” เท่านั้น ทำให้อาจมีบั๊กหรือข้อจำกัดด้านการใช้งาน
- ความสามารถขึ้นอยู่กับโมเดล AI และข้อจำกัดด้านการใช้ทรัพยากร เช่น ความเร็ว หรือจำนวนผู้ใช้งาน
- สำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์หรือแอปขนาดใหญ่ อาจต้องตรวจสอบให้แน่ใจเรื่องสิทธิ์ การใช้ AI ความปลอดภัยของข้อมูล และเงื่อนไขของ Google
- แม้ไม่ต้องเขียนโค้ด แต่ต้องมีความเข้าใจเรื่องการเขียนโค้ดในระดับหนึ่ง เช่น Logic (input → process → output) เพื่อออกแบบแอป
สรุป Opal เครื่องมือสร้าง AI mini-apps โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
Opal เป็นเครื่องมือในการ“สร้างแอป” แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด และยังสามารถใช้งานได้ฟรี! ในอนาคตหากได้รับการอัปเกรดแล้วก็ อาจจะสามารถสร้างแอปที่ซับซ้อนขึ้นได้ ทำให้ใครก็ตามสามารถสร้างแอปได้
อ้างอิง และ cover opal.google/landing/ developers.googleblog.com และ cover developers.googleblog.com
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
Opal คืออะไร? สร้าง AI mini-apps ฟรี ไม่ต้องเขียนโค้ด
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs




