คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมือถือ ชีวิตของเราในยุคนี้ ขาดมือถือไม่ได้ แต่ยังมีหลายคำถามที่ผู้ใช้งานมักสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานและการดูแลรักษา และนี้คือ เคล็ดลับ คำถามที่พบบ่อย และคำตอบที่ควรรู้
จริงหรือไม่? คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมือถือและคำตอบที่ควรรู้
เราจำเป็นต้องอัปเดท OS เป็นประจำจริงไหม?
เราจำเป็นต้องอัปเดท OS (Operating System) เป็นประจำหรือไม่? มีคำแนะนำที่ให้เราอัปเดต OS กันบ่อย ๆ แล้วมันจำเป็นขนาดนั้นจริงหรือ? คำตอบคือ…จริง
ประโยชน์หลักๆ ของการอัปเดต OS ของมือถือเป็นประจำ
- อัปเดตแล้วปลอดภัยกว่าเดิม นี่คือเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ควรอัปเดต OS เพราะมิจฉาชีพไซเบอร์ก็พัฒนาขึ้นไม่แพ้เทคโนโลยี การอัปเดต OS มักจะมาพร้อมแพตช์ที่ช่วยอุดช่องโหว่ต่างๆ จาก OS เวอร์ชันก่อน ทำให้มือถือเราเสี่ยงน้อยลงเวลาจะเข้าเว็บ โหลดแอป หรือใช้ท่องโลกออนไลน์
- อัปเดตแล้วเครื่องใช้งานดีขึ้น บางทีการอัปเดต OS ก็ช่วยให้เครื่องทำงานดีขึ้น เช่น แบตอึดขึ้น แอปเปิดเร็วขึ้น การตอบสนองไวขึ้นไม่ต้องรอนานเหมือนเดิม
- อัปเดตแล้วได้ของใหม่! ฟีเจอร์ใหม่ OS เวอร์ชันใหม่ ๆ มักมาพร้อมลูกเล่นใหม่ ๆ ที่น่าเล่นมาก เช่น อินเทอร์เฟซที่ดูดีขึ้น กล้องตั้งค่าได้มากขึ้น หรือบางฟีเจอร์ก็มี AI มาเสริมด้วยนะ แต่ว่าฟีเจอร์จะได้เยอะแค่ไหนก็ต้องดูตามรุ่นด้วย เพราะบางรุ่นก็ได้ไม่ครบ
- อัปเดตแล้วแอปใหม่ ๆ ก็อาจกลับมาใช้ได้แบบไม่มีปัญหา แอปก็มีการอัปเดตเช่นเดียวกัน ทำให้บางแอปต้องใช้ OS เวอร์ชันใหม่ถึงจะเปิดได้ลื่น ไม่งอแง
การอัปเดท OS จริง ๆ แล้วเราก็ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะมันตั้งอัปเดตอัตโนมัติได้ ซึ่งปกติก็จะเปิดอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่แน่ใจ เราก็เข้าไปดูได้ตามนี้
สำหรับ iOS สามารถเข้าไปดูการตั้งค่าการอัปเดต OS อัตโนมัติได้โดย
- ไปที่ การตั้งค่า
- ไปที่ ทั่วไป
- ไปที่ รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
- แตะที่ “รายการอัปเดตอัตโนมัติ”
- เลือก เปิด
สำหรับ Android สามารถเข้าไปดูการตั้งค่าการอัปเดต OS อัตโนมัติได้โดย
- ไปที่ การตั้งค่า
- ไปที่ การอัปเดตซอฟต์แวร์
- ไปที่ ดาวน์โหลดอัตโนมัติด้วย Wi-Fi
เพียงเท่านี้ มือถือของเราก็จะอัปเดต OS ให้อัตโนมัติแล้ว
เปิดโหมดประหยัดพลังงานตลอดเวลา ช่วยป้องกันแบตเสื่อม?
เปิดโหมดประหยัดพลังงานตลอดเวลา ช่วยป้องกันแบตเสื่อมจริงหรือ? หลายคนอาจสงสัย เพราะเวลาที่แบตฯ มือถือใกล้หมด เราก็จะเปิดโหมดประหยัดพลังงานเพื่อให้แบตฯ จะได้อยู่นานขึ้น แล้วถ้าเป็นระยะยาว เราเปิดโหมดประหยัดพลังงานไว้ตลอดเวลา จะทำให้แบตฯ มือถืออยู่ได้นานๆ ป้องกันแบตเสื่อมได้จริงหรือไม่? คำตอบก็คือ…ช่วย(นิดนึง)
เวลาที่เปิดโหมดประหยัดพลังงาน แล้วมือถือใช้งานได้นานขึ้น เพราะมือถือจะตัดการใช้พลังงานในหลายฟีเจอร์ลง เช่น ลดความสว่างหน้าจอ, ลดอัตรารีเฟรชหน้าจอ, จำกัดการทำงานของแอปพื้นหลัง, ปิดเอฟเฟกต์ภาพบางอย่าง, จำกัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอัตโนมัติ และลดประสิทธิภาพของ CPU
แต่การเปิดโหมดประหยัดพลังงานก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ด้วยเหมือนกันนะ เช่น แอปทำงานช้าลง หรือการแจ้งเตือนไม่มาตามปกติ ดังนั้นเราก็ต้องบาลานซ์การใช้งานให้ดี
การเปิดโหมดประหยัดพลังงานทำให้มือถือใช้แบตฯ น้อยลง ก็เลยเป็นการช่วยให้แบตเสื่อมช้าลงแบบอ้อม ๆ แต่ถ้าเทียบกับปัจจัยอื่น ๆ แล้ว นับว่าน้อยมาก ซึ่งถ้าไม่อยากให้แบตมือถือเสื่อมเร็วแบบเห็นผลจริง ยังมีวิธีที่ทำได้อีกหลายวิธี
วิธีช่วยไม่ให้แบตมือถือเสื่อมเร็ว
- ไม่ควรใช้มือถือจนแบตเหลือ 0% แต่พยายามรักษาระดับแบตให้อยู่ในช่วง 20-80% เป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงการใช้หรือเก็บมือถือในที่ที่ร้อนจัด เพราะความร้อนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว
- หลีกเลี่ยงการใช้งานโทรศัพท์ขณะชาร์จ เพราะการใช้โทรศัพท์ขณะที่ชาร์จจะทำให้เกิดความร้อนสูง ก็ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วได้เช่นกัน
- ใช้อุปกรณ์ชาร์จไฟที่ได้มาตรฐาน
- อัปเดต OS เพราะการอัปเดท OS จะช่วยอัปเดทเรื่องของการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ด้วย
และติดตาม เคล็ดลับอื่น ๆ ที่ช่วยยืดอายุแบตมือถือได้จากที่นี่เลย
ความร้อนผลเสียกับมือถือจริงหรอ?
เวลาที่เราใช้งานโทรศัพท์มือถือทำงานหนัก เช่น การเล่นเกมที่มีกราฟิกสูงๆ หรือสตรีมวิดีโอเป็นเวลานาน โทรศัพท์ของเราก็มักจะร้อนใช่มั้ยคะ แล้วความร้อนผลเสียกับมือถือจริงหรือ? คำตอบคือ…จริง
ความร้อนสามารถส่งผลเสียกับมือถือได้หลายอย่าง เช่น
- แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น เพราะความร้อนส่งผลกับการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโดยตรง ทำให้ประสิทธิภาพการเก็บประจุลดลง
- ทำให้ส่วนประกอบภายในเสียหายได้ นอกจากจะทำลายแบตฯ แล้ว ความร้อนสูง ๆ ก็อาจสามารถทำให้ชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่น CPU หรือ กล้องเกิดความเสียหายได้เหมือนกัน
- ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เมื่ออุณหภูมิของโทรศัพท์สูงขึ้น ระบบอาจทำให้ความเร็วของ CPU ลดลงเพื่อป้องกัน CPU เสียหาย ซึ่งส่งผลให้มือถือทำงานช้าลงนั้นเอง
- หน้าจอเสีย ความร้อนอาจส่งผลกระทบต่อชั้นกาวของหน้าจอ ทำให้เกิดการเปลี่ยนสี หรืออาจบิดเบี้ยวไปเลยก็ได้
- ข้อมูลอาจหายได้ ความร้อนที่สูงเกินไปอาจทำให้เครื่องต้องปิดลงกะทันหัน ซึ่งอาจส่งผลให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้บันทึกหายได้ด้วย
สาเหตุที่ทำให้มือถือร้อน และวิธีแก้ไข
- ใช้งานหนักเกินไป มือถือก็เหมือนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ไม่มีพัดลม การเปิดหลาย ๆ แอปพร้อมกัน เล่นเกมกราฟิกจัด ๆ หรือสตรีมวิดีโอยาว ๆ แบบนี้ทำให้เครื่องทำงานหนักมากจนร้อนขึ้นได้
- อุปกรณ์ชาร์จหรือแบตมีปัญหา ที่ชาร์จหรือแบตเตอรี่ที่เริ่มเสื่อม หรือมีตำหนิ อาจทำให้เกิดความร้อนได้ง่ายกว่าปกติ ถ้าเริ่มมีกลิ่นไหม้ หรือเครื่องร้อนผิดปกติ ไม่ควรมองข้าม แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัยไว้ก่อน
- ตัวเครื่องภายในเสียหาย บางทีมือถือดูปกติภายนอก แต่ข้างในอาจมีปัญหาหลังจากตกกระแทกแรง ๆ ทำให้อาจมีชิ้นส่วนหลวม หรือวงจรลัด ทำให้เครื่องร้อนได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น ระวังอย่าทำตกบ่อย ๆ
- ยังไม่ได้อัปเดต OS มือถือที่ไม่ได้อัปเดตระบบปฏิบัติการบ่อย ๆ จะจัดการพลังงานได้ไม่ดีเท่าเวอร์ชันใหม่ เครื่องเลยทำงานหนักและร้อนง่ายขึ้น
- ปรับความสว่างจอแรงเกินไป แสงหน้าจอที่สว่างสุดตลอดเวลา ทำให้ใช้พลังงานมาก แล้วก็ส่งผลให้เครื่องร้อนได้เร็วขึ้นเหมือนกัน แนะนำให้ปรับให้พอดีจะดีกว่า
- อาจมีมัลแวร์แอบทำงานอยู่ ถ้ามือถอืไม่ได้ใช้งานอะไรเลย แต่เครื่องกลับร้อนขึ้นมาเฉย ๆ ต้องสังเกตไว้นิดนึงว่า อาจมีมัลแวร์หรือแอปไม่พึงประสงค์แอบรันอยู่โดยท่เราไม่รู้ก็ได้ แนะนำให้โหลดแอปสแกนไวรัสที่น่าเชื่อถือมาตรวจดูนะคะ ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด!
ทำไมใช้โทรศัพท์ไปนาน ๆ แล้วช้าลง?
ทำไมมือถือยิ่งใช้นาน ยิ่งช้าลง? ปัญหานี้เกิดจากหลายสาเหตุและวิธีแก้
- เมมเต็ม ใช้มือถือทุกวัน โหลดรูป โหลดแอป แคปหน้าจอรัว ๆ ไฟล์มันก็สะสมไปเรื่อย ๆ จนเมมโมรี่เต็มแบบไม่รู้ตัว พอเมมโมรี่เต็ม เครื่องก็อืด ทางแก้ คือ ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น หรือย้ายรูป และวิดีโอไปเก็บไว้ที่อื่น จะได้มีพื้นที่
- เปิดแอปเยอะเกิ๊น! บางทีเราไม่ได้เล่น แต่แอปมันยังแอบรันอยู่ข้างหลังจนกินทรัพยากรเครื่องแบบที่เราไม่รู้ตัว ทางแก้ คือ แอปไหนไม่ได้ใช้ก็ปิด มือถือจะได้ไม่ใช้งานหนักเกินไป
- แคชเยอะ ไฟล์ขยะเพียบ เล่นแอปนาน ๆ มันจะมีพวกไฟล์แคชหรือขยะแอบเก็บไว้ในเครื่องเรื่อย ๆ เช่น ไลน์ ถ้าปล่อยไว้นานๆ โดยไม่เคลียร์ เครื่องก็ช้าลงได้เหมือนกัน
- ไม่ยอมอัปเดต ทั้งระบบ และแอป ถ้าไม่อัปเดต มันก็จะพลาดฟีเจอร์ใหม่ ๆ รวมถึงประสิทธิภาพดี ๆ ไปด้วย
- แบตฯ เริ่มเสื่อม แบตเสื่อมทำให้ระบบจัดการพลังงานไม่ดีเหมือนเดิม เครื่องเลยช้าตามอายุแบต
- เครื่องร้อนจนระบบต้องเบรก การที่เครื่องร้อนเกินไป ระบบก็จะลดความเร็วของ CPU ลงเอง เพื่อไม่ให้เครื่องพัง มือถอืเลยช้าลง วิธีแก้คือ พักการใช้งาน รอให้เครื่องเย็นก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้ต่อ
IP เท่าไหร่ที่กันนํ้า – กันฝุ่นได้สบายใจ?
IP เท่าไหร่ที่กันนํ้า – กันฝุ่นได้สบายใจ? มาตรฐานการกันนํ้า – กันฝุ่นที่เรียกว่า IP แล้วต่อด้วยตัวเลข เช่น IP65 IP66 จนสูงสุดที่ IP69K แล้วมันแปลว่าอะไร? กันได้ต่างกันแค่ไหน?
ความหมายของค่ามาตรฐาน IP
ค่ามาตรฐาน IP หรือ Ingress Protection เป็นระบบที่ใช้กำหนดระดับการป้องกันของอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์จากการแทรกซึมของของแข็ง เช่น ฝุ่น และของเหลว เช่น น้ำ โดยใช้ตัวเลขสองหลักที่ใช้แทนระดับการป้องกันดังกล่าว
- ตัวเลขตัวแรก แสดงถึงระดับการป้องกันฝุ่น มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 6
- ตัวที่สอง แสดงถึงระดับการป้องกันน้ำ มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 9K ซึ่ง K นี้หมายถึงการฉีดนํ้าด้วยแรงดันสูงพิเศษ ดังนั้น 9K จึงหมายความว่า สามารถป้องกันน้ำจากการฉีดนํ็าด้วยแรงดันสูงพิเศษจากทุกทิศทาง ที่อุณหภูมิน้ำสูงสุด 80°C
ค่ามาตรฐาน IP กันนํ้า – กันฝุ่น ก็จะเป็นไปตามตารางนี้เลย
จะเห็นว่าระดับ IPX8 ก็น่าจะกันนํ้าได้ชัวร์ ๆ แต่จริง ๆ แล้วเราก็ต้องดูรายละเอียดที่แต่ละแบรนด์ที่แนะนำไว้ประกอบด้วยเราถึงจะสามารถแน่ใจได้จริง ๆ
ชมรายการ Digital Thailand ตอน “ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมือถือ ตอบให้หายสงสัย เป็นแบบนี้จริงๆ หรือไม่? ” ได้ที่รายการย้อนหลังตอนนี้เลย
https://it24hrs.com/2025/questions-answer-mobile-phone/
ออกอากาศวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568
ในรายการ Digital Thailand ทุกวันเสาร์ ทางช่อง 3 กด 33 เวลา 4.40-5.05 น.
ยังมีบทความที่น่าสนใจ
วิธีดูรหัส Wi-Fi ที่เคยเชื่อมไว้ทั้งหมด บน iPhone และ Android
4 วิธีประหยัดเน็ตมือถือ ใช้ยังไงไม่ให้เปลืองเน็ต แก้ปัญหาเน็ตหมดเร็ว
อย่าลืมกดติดตามอัปเดตข่าวสาร เทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 0802345023






