AI ลดโลกร้อนจริงหรือ? เอไอกลายเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ถูกนำมาแก้ปัญหาเรื่องโลกเดือด แต่ในทางกลับการ การประมวลผลของ AI ก็ต้องใช้พลังงานเช่นกัน จึงเกิดคำถามว่า AI คือทางออกของการลดโลกร้อนได้จริงหรือไม่?
Start up ที่พัฒนา AI ลดโลกร้อน
Google ได้เคยนำเสนอสตาร์ตอัปที่นำเสนอการแก้ปัญหาโลกร้อนด้วย AI ใน blog.google ซึ่งตัวอย่าง 2 ใน 4 บริษัทนั้นคือ Mortar IO และ Eugenie.ai
Mortar IO : การลดคาร์บอนของอาคารนับพัน
เพราะอาคารบ้านเรือนเป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซคาร์บอน 40% ทั่วโลกมากกว่ารถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน ทุกคันบนโลกใบนี้รวมกัน Josephine Bromley ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Mortar IO กล่าวว่า “ 80% ของอาคารที่จะยังคงอยู่ต่อไปจนถึงปี 2050 ได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว ดังนั้นการลดปริมาณคาร์บอนในอาคารที่มีอยู่เดิมจึงเป็นโจทย์ที่แท้จริงที่ต้องแก้ไข ที่ Mortar IO เราเชื่อว่า การปรับปรุงอาคารอย่างชาญฉลาดจะช่วยปลดล็อคเส้นทางที่รวดเร็วสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สำหรับทุกอาคาร และช่วยรักษาสุขภาพและความสุขของโลกใบนี้”
บริษัทในกรุงลอนดอนแห่งนี้ใช้ AI เพื่อแปลงข้อมูลเป็นดิจิทัลและวางแผนลดปริมาณคาร์บอนอย่างรวดเร็วสำหรับอาคารหลายพันแห่ง การตรวจสอบอัตโนมัติเหล่านี้ช่วยให้องค์กรต่างๆ เข้าใจวิธีการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในเวลาไม่กี่นาที แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายเดือน นอกจากนี้ ด้วยการสนับสนุนจากโครงการเร่งรัดธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ Google ทำให้พวกเขาหวังที่จะรวมคุณสมบัติแชทบอทที่ใช้ AI เพื่อช่วยดำเนินงานตรวจสอบพลังงานแบบอัตโนมัติ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น
Eugenie.ai : การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิต
Eugenie.ai เป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับการบริหารจัดการข้อมูลการปล่อยไอเสีย ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตในอุตสาหกรรมโลหะ เหมืองแร่ น้ำมันและก๊าซ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน
“เป้าหมายของเราคือการช่วยให้บริษัทต่างๆ บรรลุเป้าหมายด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืนที่รวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยปรับปรุงผลประกอบการให้ดีขึ้น” Dr. Soudip Roy Chowdhury ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ กล่าว
ซอฟต์แวร์แบบคราวน์ (SaaS) ของ Eugenie.ai นำข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาผสมผสานกับข้อมูลเครื่องจักรและกระบวนการผลิต เพื่อสร้างภาพรวมที่ครอบคลุมของการดำเนินงานทั้งหมด จากนั้นจะใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ ติดตาม ตรวจสอบ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสามารถลดได้ถึง 20-30%
Dr. Soudip Roy Chowdhury กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าเราจะร่วมมือกันสร้างผลกระทบที่สำคัญและสร้างโลกที่ไม่เพียงแต่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไปด้วย”
AI ลดโลกร้อนจริงหรือ?
ในขณะที่มี AI มากมายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน แต่ตัว AI เองนั้นแหละ ก็ต้องใช้พลังงานมากเช่นกัน แล้วแบบนี้ AI ลดโลกร้อนจริงหรือ?
Google ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น 48% เพราะ AI
Google ได้ออกมาเปิดเผยว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเพิ่มขึ้น 48% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะศูนย์ข้อมูลและการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ใหม่ (AI) ซึ่งมันคืออุปสรรคสำคัญในการดำเนินไปสู่เป้าหมาย ที่ Google ตั้งเป้าไว้ว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ
Google กล่าวว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล คือสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ยังเปิดเผยในรายงานด้านสิ่งแวดล้อมประจำปี 2023 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปี 2022 โดยแตะระดับ 14.3 ล้านเมตริกตัน
Google มีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานอย่างยิ่ง ว่าบริษัทจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2023 ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ Google เพิ่มขึ้นเกือบ 50% ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเป็นปีฐานสำหรับเป้าหมายของ Google
การใช้พลังงานของ Data Center จะเพิ่มขึ้น
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่า การใช้พลังงานไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากประมาณ 500 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ในปีปี 2022 เป็น 1,000 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ในปี 2026 ซึ่งปริมาณดังกล่าวเทียบเท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่นใช้ทั้งประเทศ โดยบริษัทวิจัย SemiAnalysis ประเมินด้วยว่า AI จะส่งผลให้ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้พลังงานถึง 4.5% ของการผลิตพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกภายในปี 2030
Data Center มีบทบาทสำคัญในการฝึกฝนและรันโปรแกรม AI ต่างๆ เช่น Gemini ของ Google และ GPT-4 ของ OpenAI ซึ่งขับเคลื่อนแชทบอท ChatGPT
Microsoft ก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ Microsoft ยอมรับในปีนี้ว่า การใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย “มุ่งสู่ดวงจันทร์” (Moonshot Target) ที่ตั้งไว้ว่าจะเป็นบริษัทปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 โดย Brad Smith ประธานบริษัทของไมโครซอฟท์ ยอมรับในเดือนพฤษภาคมว่า “ดวงจันทร์นั้นไกลออกไปกว่าเดิม” เนื่องจากกลยุทธ์ปัญญาประดิษฐ์ของบริษัท
Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤติภูมิอากาศ เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดยักษ์ “เต็มใจจ่าย” เพิ่มเติมเพื่อใช้แหล่งพลังงานไฟฟ้าสะอาด เพื่อ บอกว่าพวกเขากำลังใช้พลังงานสีเขียว
อนาคตที่ขัดแย้งกันของการลดโลกร้อนกับการพัฒนา AI
อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขัดแย้งกับความมุ่งมั่นที่จะลงทุนอย่างหนักในผลิตภัณฑ์ AI ซึ่งต้องการพลังงานจำนวนมากสำหรับการฝึกและใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการอื่นๆที่เกี่ยวข้องเช่น การผลิตและขนส่งเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ
อ้างอิง theguardian blog.google cover google
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
AI ลดโลกร้อนจริงหรือ? Google ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น 48% เพราะ AI?
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs



