MVNO คืออะไร บางท่านอาจไม่รู้จักแต่ถ้ารู้จักเครือข่ายหรือซิมที่ราคาถูกกว่าปกติหรือตามสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น Gomo by AIS , FINN MOBILE และ redOne ซึ่งมีให้บริการในไทย แบบไม่เหมือนเครือข่ายหลักอย่าง AIS , NT และ True (true dtac) และทำราคาถูกกว่าด้วย ทำให้คุณมีทางเลือกในการใช้งานในราคาประหยัด ทำไมถึงทำแบบนี้ได้ บทความนี้จะเจาะลึกเรื่องนี้กัน
MVNO คืออะไร?
MVNO ย่อมาจาก Mobile Virtual Network Operator หรือ โอเปอเรเตอร์โครงข่ายเสมือน เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตัวเอง แต่จะเช่าใช้โครงข่ายของผู้ให้บริการเครือข่ายหลัก (MNO) เช่น AIS, DTAC, True หรือ NT เพื่อนำมาให้บริการแก่ลูกค้าของตัวเอง เปรียบเทียบง่ายๆ คิดว่า MVNO เหมือนร้านค้าที่ขายของ แต่ไม่มีโรงงานผลิตเอง เขาจะไปซื้อสินค้าจากโรงงานใหญ่มาขายต่อให้ลูกค้า ซึ่งในที่นี้ โรงงานใหญ่ก็คือ MNO นั่นเอง
ทำไมต้องมี MVNO?
- เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค: ทำให้มีแพ็คเกจและโปรโมชั่นที่หลากหลายมากขึ้น
- ลดต้นทุน: MVNO ไม่ต้องลงทุนสร้างโครงข่ายเอง ทำให้สามารถเสนอราคาที่แข่งขันได้
- ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม: MVNO สามารถออกแบบแพ็คเกจที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ดีกว่า
ผู้ให้บริการ MVNO ในไทย
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการ MVNO หลายราย เช่น
- Penguin SIM
- redONE
- GOMO by AIS (มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก)
- FINN Mobile (มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก)
ด้าน กสทช. สนับสนุนให้เกิดเครือข่าย MVNO ในไทยด้วย
กสทช. พยายามส่งเสริมให้มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เสมือน (MVNO) เพิ่มขึ้นในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการโทรคมนาคม และกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในตลาดมากขึ้น
- เป้าหมายของ กสทช ต้องการให้มี MVNO ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคในทุกพื้นที่เข้าถึงบริการที่หลากหลายมากขึ้น
- ปัจจัยสนับสนุน:
- โครงสร้างพื้นฐาน: ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและดิจิทัล ซึ่งเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของ MVNO
- เทคโนโลยี: เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น 5G, eSIM และคลาวด์คอมพิวติ้ง จะช่วยให้ MVNO สามารถให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น
- ผลประโยชน์:
- ผู้บริโภค: มีทางเลือกในการเลือกใช้บริการที่หลากหลายมากขึ้น ในราคาที่แข่งขันได้
- ประเทศ: ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และการท่องเที่ยว
- กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง: กสทช. ได้เข้าร่วมการประชุม MVNOs World Congress เพื่อสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการจากทั่วโลก และดึงดูดให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม:
- Full MVNO: ข่าวระบุว่าประเทศไทยยังไม่มีผู้ให้บริการ Full MVNO ซึ่งเป็นรูปแบบของ MVNO ที่มีอิสระในการดำเนินงานมากที่สุด การดึงดูดให้มี Full MVNO เข้ามาในประเทศจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดได้มากขึ้น
- การแข่งขัน: การเข้ามาของ MVNO จำนวนมากจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพบริการมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยตรง
ข้อดีของการใช้บริการ MVNO
- ราคาถูกกว่า: เนื่องจากไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการสร้างและบำรุงรักษาโครงข่าย
- แพ็คเกจหลากหลาย: ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้
- ความยืดหยุ่น: สามารถเปลี่ยนแปลงแพ็คเกจได้ง่าย
ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกใช้บริการ MVNO
- ความครอบคลุมของสัญญาณ: ควรตรวจสอบว่าสัญญาณของ MVNO ที่เลือกใช้ครอบคลุมพื้นที่ที่เราใช้งานประจำหรือไม่
- คุณภาพการบริการ: แม้ว่าราคาจะถูก แต่คุณภาพการบริการก็สำคัญ ควรเปรียบเทียบความเร็วอินเทอร์เน็ตและคุณภาพการโทร
- บริการหลังการขาย: ควรตรวจสอบว่ามีบริการหลังการขายที่ดีเพียงพอหรือไม่
ผู้ให้บริการ MVNO ได้กำไรจากไหน?
MVNO หรือผู้ให้บริการเครือข่ายเสมือน ถึงแม้จะไม่ต้องลงทุนสร้างโครงข่ายเอง แต่ก็มีวิธีสร้างกำไรได้หลายช่องทาง ดังนี้
- การขายแพ็กเกจ: นี่คือช่องทางหลักในการสร้างรายได้ของ MVNO โดยการออกแบบแพ็กเกจที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น แพ็กเกจสำหรับนักเรียน นักศึกษา แพ็กเกจเน้นโซเชียลมีเดีย หรือแพ็กเกจสำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหนักๆ โดยตั้งราคาที่แข่งขันได้ และมีการโปรโมทที่น่าสนใจ
- ค่าบริการเสริม: นอกจากแพ็กเกจหลักแล้ว MVNO ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการขายบริการเสริมต่างๆ เช่น การโทรออกต่างประเทศ การส่ง SMS ระหว่างประเทศ หรือบริการเสริมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือ
- ข้อมูลลูกค้า: ข้อมูลการใช้งานของลูกค้าเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าสำหรับ MVNO ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ หรือขายให้กับบริษัทอื่นๆ ที่ต้องการนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาด
- การร่วมมือกับพันธมิตร: MVNO อาจร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ เพื่อสร้างโปรโมชั่นร่วมกัน เช่น ร่วมกับร้านค้า ร้านอาหาร หรือแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับส่วนลดหรือสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาใช้บริการ
- การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ: MVNO บางรายอาจลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI หรือ IoT เพื่อพัฒนาบริการใหม่ๆ และสร้างรายได้ในระยะยาว
สรุปแล้ว แม้ว่า MVNO จะไม่ต้องลงทุนสร้างโครงข่าย แต่ก็มีวิธีสร้างกำไรได้หลากหลายช่องทาง โดยอาศัยความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค การออกแบบแพ็กเกจที่ตรงใจ การสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตร และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ MVNO ประสบความสำเร็จ
- ความเข้าใจลูกค้า: การรู้จักกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและความต้องการของพวกเขาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ
- ความยืดหยุ่น: MVNO ต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและเทคโนโลยี
- การสร้างแบรนด์: การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ MVNO ดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ และสร้างความภักดีต่อแบรนด์
- การบริหารจัดการต้นทุน: การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ MVNO สามารถแข่งขันด้านราคาได้
MVNO เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการความหลากหลายในการเลือกใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในราคาที่คุ้มค่า แต่ควรพิจารณาข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ
อ้างอิง สำนักงาน กสทช. howtogeek cover iT24Hrs
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
MVNO คืออะไร ทำไมถึงถูกกว่าค่ายมือถือหลัก?
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs




