Autofill เสี่ยงแค่ไหน ในยุคที่ทุกวินาทีมีค่า ผู้ใช้จำนวนมากอาศัยระบบ Autofill หรือ การกรอกข้อมูลอัตโนมัติ บนเบราว์เซอร์และแอปต่างๆ เพื่อทำให้การใช้งานออนไลน์เร็วขึ้น ตั้งแต่การกรอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ไปจนถึงข้อมูลบัตรเครดิต ทุกอย่างเสร็จได้ในคลิกเดียว ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากได้อย่างมากแต่ความสะดวกนี้ก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน
ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล – PDPC Eagle Eye ได้โพสต์ข้อความออกเตือนเกี่ยวกับการใช้ Autofill ซึ่งเป็นบริการที่สะดวกรวดเร็วที่แฝงมาด้วยความเสี่ยงที่เราเองต้องระมัดระวังด้วย
ด้านดี: ทำชีวิตออนไลน์ง่ายขึ้นอย่างแท้จริง
Autofill ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
ไม่ต้องจำรหัสผ่านหลายสิบชุด
ไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลซ้ำๆ เวลาใช้บริการออนไลน์
กรอกที่อยู่หรือข้อมูลชำระเงินได้แบบรวดเร็ว
ลดความผิดพลาดจากการพิมพ์เอง
ความง่ายและรวดเร็วเหล่านี้ทำให้ Autofill กลายเป็นฟีเจอร์ที่หลายคนใช้เป็นประจำจนแทบลืมว่ามันมีความเสี่ยงอยู่ด้วย
ด้านร้าย: จุดเริ่มต้นของการรั่วไหลข้อมูลส่วนตัว
แม้จะสะดวกแค่ไหน แต่หากใช้งานโดยไม่ระวัง Autofill ก็อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้ข้อมูลสำคัญหลุดออกไปได้
1) การเข้าถึงอุปกรณ์โดยตรง (Physical Access)
ถ้าคุณไม่ล็อกคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน แล้วมีคนอื่นมาใช้งาน พวกเขาสามารถเข้าเว็บไซต์ต่างๆ และให้ระบบ Autofill กรอกข้อมูลแทนคุณได้ทันที ทั้งชื่อ ที่อยู่ รหัสผ่าน หรือแม้แต่ข้อมูลบัตรเครดิต
2) มัลแวร์และฟิชชิ่ง (Malware & Phishing)
แฮกเกอร์สามารถสร้างเว็บไซต์ปลอมขึ้นมาให้คล้ายของจริงมาก เมื่อคุณเข้าเว็บนั้น ระบบ Autofill อาจกรอกข้อมูลลงในช่องที่ถูกทำขึ้นเพื่อดักข้อมูลโดยเฉพาะ และมัลแวร์บางชนิดก็สามารถขโมยข้อมูลที่บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์ได้โดยตรงเช่นกัน
3) การใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะ
นี่เป็นความเสี่ยงระดับสูงสุด หากคุณเผลอให้เบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์สาธารณะบันทึกข้อมูลไว้ คนที่มาใช้งานต่อจากคุณอาจเข้าถึงทุกบัญชีและข้อมูลส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย
4) การซิงค์ข้อมูลข้ามอุปกรณ์
ถ้าบัญชีที่ใช้ซิงค์ข้อมูล (Google Account, Apple ID) ถูกแฮก ข้อมูล Autofill ทั้งหมดในทุกอุปกรณ์ของคุณจะตกอยู่ในความเสี่ยงทันที
ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย? สะดวกได้…ไม่ต้องแลกด้วยความเสี่ยง
คุณไม่จำเป็นต้องเลิกใช้ Autofill แค่ระวัง ใช้อย่างถูกวิธีและมีสติ
- ตั้งรหัสผ่านหลัก (Master Password) เบราว์เซอร์ส่วนใหญ่มีระบบล็อกข้อมูล Autofill ของคุณอีกชั้น ป้องกันไม่ให้ใครมาเปิดดูได้ง่ายๆ
- เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) สำหรับบัญชีที่ใช้ซิงค์ข้อมูล เช่น Google หรือ Apple เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีหลักของคุณ
- หลีกเลี่ยงการบันทึกข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น เลขบัตรประชาชน หรือรหัส CVV ของบัตรเครดิต
- ห้ามใช้ Autofill บนอุปกรณ์สาธารณะ และต้อง ไม่ให้เบราว์เซอร์บันทึกรหัสผ่าน รวมถึงอย่าลืม Log out ทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน
- อัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ ทั้งเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการ เพื่อปิดช่องโหว่ใหม่ๆ ที่อาจถูกโจมตีได้
Autofill คือเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก แต่หากใช้โดยไม่ระมัดระวัง ก็อาจเปิดทางให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้อย่างง่ายดาย การรู้เท่าทันความเสี่ยงและใช้ฟังก์ชันนี้อย่างมีสติ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณได้ทั้งความเร็วและความปลอดภัยไปพร้อมกัน
อ้างอิง ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล – PDPC Eagle Eye cover iT24Hrs-S
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
Autofill เสี่ยงแค่ไหน? รวมความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่และวิธีใช้อย่างปลอดภัย
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs




