OpenAI ปลดล็อกสัญญาผูกขาด Microsoft เป็นอิสระ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยี หลังบรรลุข้อตกลงใหม่ในการปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ครั้งสำคัญ โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือการ “ยกเลิกข้อตกลงผูกขาด” (Exclusivity Agreements) ที่เคยมีมานานหลายปี
OpenAI ปลดล็อกสัญญาผูกขาด Microsoft เป็นอิสระ หมายความว่าอย่างไร? และจะส่งผลต่อผู้ใช้อย่างเราอย่างไรบ้าง?
1. OpenAI สามารถขายของให้ใครก็ได้แล้ว
แต่เดิม OpenAI ถูกผูกมัดว่าต้องให้บริการผ่านคลาวด์ของ Microsoft Azure เป็นหลัก และ Microsoft ก็มีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการนำโมเดล AI ของ OpenAI ไปขายต่อให้ลูกค้าองค์กร
สิ่งที่จะเปลี่ยนไป ตอนนี้ OpenAI สามารถนำเทคโนโลยีของตัวเองไปวางขายบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของคู่แข่งอย่าง Amazon (AWS) หรือ Google Cloud ได้โดยตรง ช่วยให้ OpenAI เข้าถึงกลุ่มลูกค้าองค์กรได้กว้างขึ้นกว่าเดิมมาก
2. บอกลาเงื่อนไข AGI ที่เคยคลุมเครือ
ในสัญญาฉบับเก่ามีเงื่อนไขหนึ่งที่น่าสนใจคือ AGI Clause ซึ่งระบุว่าหาก OpenAI พัฒนา AI ไปจนถึงระดับที่ฉลาดเท่ากับมนุษย์ (Artificial General Intelligence หรือ AGI) สิทธิ์ในการเข้าถึงเทคโนโลยีของ Microsoft จะสิ้นสุดลงทันที ซึ่งที่ผ่านมาประเด็นนี้สร้างความตึงเครียดและคลุมเครือว่า “แค่ไหนถึงจะเรียกว่า AGI?”
สิ่งที่จะเปลี่ยนไป ข้อตกลงใหม่ได้ตัดเงื่อนไขเรื่อง AGI ออกไป แล้วเปลี่ยนเป็นกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนแทน โดย Microsoft จะได้รับสิทธิ์ใช้งานทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของ OpenAI ไปจนถึงปี 2032 ไม่ว่า AI จะฉลาดไปถึงระดับไหนก็ตาม
3. ปรับเปลี่ยนเรื่องเงินๆ ทองๆ
Microsoft ไม่ต้องแบ่งรายได้ให้ OpenAI แล้ว จากเดิมที่ Microsoft ต้องหักรายได้ 20% จากการขายบริการ OpenAI บน Azure ให้กับ OpenAI ตอนนี้ข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลง
OpenAI ยังคงแบ่งรายได้ให้ Microsoft OpenAI ยังคงต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ Microsoft ไปจนถึงปี 2030 แต่จะมี “เพดานสูงสุด” (Cap) กำหนดไว้ ไม่ได้จ่ายแบบไม่จำกัดเหมือนเมื่อก่อน
4. ทำไมต้องเปลี่ยนตอนนี้?
สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันด้านการผูกขาด หน่วยงานกำกับดูแลทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และอังกฤษ กำลังเพ่งเล็งว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเกินไปของทั้งสองบริษัท อาจทำให้เกิดการผูกขาดในตลาด AI การแยกตัวออกมาให้ดูเป็นอิสระมากขึ้นจึงช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายให้กับทั้งคู่
สรุปใครได้ประโยชน์บ้าง?
OpenAI ได้ความเป็นอิสระ สามารถหาเงินได้จากหลายช่องทาง และไม่ต้องถูกจำกัดอยู่แค่ในระบบของ Microsoft
Microsoft แม้จะเสียสิทธิ์ผูกขาดไป แต่ก็ได้ความชัดเจนในระยะยาว (ถึงปี 2032) และยังคงเป็นพันธมิตรหลัก (Primary Partner) แถมยังมีหุ้นใน OpenAI มหาศาลเช่นเดิม
ผู้บริโภค/องค์กร จะเข้าถึงเทคโนโลยีของ OpenAI ได้ง่ายขึ้นผ่านคลาวด์ที่หลากหลายขึ้น เกิดการแข่งขันในตลาด ซึ่งมักจะส่งผลดีต่อราคาและนวัตกรรม
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า OpenAI กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีเต็มตัว ที่มีความคล่องตัวสูง ไม่ใช่เพียงแค่แล็บวิจัยที่ต้องพึ่งพาบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงรายเดียวอีกต่อไป
อ้างอิง OpenAI , Microsoft cover iT24Hrs
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
OpenAI ปลดล็อกสัญญาผูกขาด Microsoft เป็นอิสระ สั่นสะเทือนวงการ AI
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
