AI จะอันตรายแค่ไหน เมื่อ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่กำลังถูกนำไปช่วยพัฒนาอาวุธ งานชีวภาพ และปฏิบัติการไซเบอร์ มนุษย์จะควบคุม AI ที่ฉลาดขึ้นและถูกนำไปใช้ในทางอันตรายได้อย่างไร
AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือที่ใช้ตอบคำถามหรือช่วยทำงาน ไปสู่ระบบที่สามารถสนับสนุนกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น และนั่นทำให้คำถามเรื่อง “AI จะอันตรายแค่ไหน?” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอนาคตอีกต่อไป เพราะรายงานข่าวกรองภัยคุกคามฉบับล่าสุดของ Anthropic เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ถึงสิงหาคม 2026 บริษัทตรวจพบและขัดขวางการนำ Claude ไปใช้ในทางที่ผิดหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปฏิบัติการไซเบอร์ การเฝ้าระวัง การสร้างอิทธิพลและโฆษณาชวนเชื่อ การหลอกลวง ไปจนถึงการวิจัยทางชีวภาพและการพัฒนาอาวุธแบบทั่วไป โดย Anthropic ระบุว่ากรณีที่นำเสนอเป็นกรณีที่โดดเด่นและแปลกใหม่ ไม่ใช่รูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ทั่วไป
Claude ถูกนำไปใช้กับอาวุธและงานชีวภาพ
หนึ่งในส่วนที่น่ากังวลที่สุดของรายงานคือ การใช้งาน AI ในงานชีววิทยาที่อาจสนับสนุนการพัฒนาอาวุธชีวภาพ โดย Anthropic เปิดเผย 5 กรณีศึกษา แต่จงใจไม่เปิดเผยชื่อประเทศ สถาบัน และรายละเอียดของสารชีวภาพหรือเทคนิคที่เกี่ยวข้อง เพราะบุคคลในกรณีเหล่านี้เป็นนักวิทยาศาสตร์ และบริษัทไม่ได้ยืนยันว่าพวกเขามีเจตนาร้าย
ไวรัสชิคุนกุนยา
มีการใช้ Claude ช่วยจัดทำข้อเสนอทุนสำหรับงานวิจัยแบบ gain-of-function ที่มุ่งศึกษาคุณสมบัติด้านการแพร่เชื้อและการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของไวรัสคุนกุนยา และสถาบันที่เกี่ยวข้องกับโครงการมีความเชื่อมโยงกับสถาบันวิจัยทางทหาร ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการตัวกลางยังพยายามหลบเลี่ยงข้อจำกัดด้านภูมิภาคและระบบความปลอดภัยของ AI ด้วย
ไข้หวัดนกสายพันธุ์ก่อโรครุนแรง
งานวิจัยเกี่ยวกับ ไข้หวัดนกสายพันธุ์ก่อโรครุนแรงและการปรับตัวในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยผู้วิจัยใช้ Claude ช่วยวางแผนการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล และตีความผลการทดลอง แม้ Anthropic ประเมินว่าการช่วยเหลือจาก Claude ในกรณีนี้ยังมีข้อจำกัด เพราะผู้วิจัยถูกจำกัดให้ใช้โมเดลที่มีความสามารถและความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ลักษณะของงานยังสะท้อนถึงความท้าทายในการแยกงานวิจัยเพื่อเตรียมรับมือโรคระบาดออกจากงานที่อาจเพิ่มศักยภาพของเชื้อโรค
ไวรัส Orthopoxvirus
Orthopoxvirus เป็นกลุ่มไวรัสที่รวมถึงไวรัสไข้ทรพิษและ mpox งานวิจัยมุ่งศึกษากลไกการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของไวรัส โดย Claude ถูกใช้ช่วยร่างข้อเสนอทุนวิจัยตั้งแต่สมมติฐาน การออกแบบการทดลอง ไปจนถึงแผนทางสถิติและแนวทางรับมือปัญหา ซึ่งสะท้อนลักษณะของความรู้แบบ dual-use ที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งเพื่อทำความเข้าใจและลดความรุนแรงของไวรัส หรืออาจนำไปใช้เพื่อรักษาหรือเพิ่มคุณสมบัติที่เป็นอันตราย
สารพิษและพิษจากเปปไทด์ของสิ่งมีชีวิต
อีกสองกรณีเกี่ยวข้องกับ สารพิษและพิษจากเปปไทด์ กรณีหนึ่งใช้ Claude ช่วยสร้างฐานข้อมูลของเปปไทด์จากสัตว์มีพิษและพัฒนาระบบสร้างโมเลกุลเพื่อปรับคุณสมบัติของสาร โดยมีเป้าหมายทางการแพทย์ เช่น ยาแก้ปวดและสารรักษาโรค แต่ข้อมูลเดียวกันอาจนำไปใช้สร้างสารที่มีคุณสมบัติเป็นพิษได้ ส่วนอีกกรณีเป็นการใช้ AI ช่วยงานออกแบบสารพิษด้วยคอมพิวเตอร์ โดยผู้วิจัยยังพยายามทำให้รายละเอียดของสารที่ศึกษาไม่ชัดเจนในรายงานความคืบหน้า
จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า Claude สามารถสร้างอาวุธชีวภาพได้แล้วหรือไม่ แต่คือ AI กำลังเข้าไปอยู่ในกระบวนการวิจัยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และเส้นแบ่งระหว่าง “งานวิจัยที่มีประโยชน์” กับ “งานวิจัยที่อาจถูกนำไปใช้ในทางอันตราย” กลายเป็นเรื่องที่แยกได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ Anthropic เรียกสิ่งนี้ว่า dual-use problem เพราะความรู้เดียวกันอาจช่วยพัฒนาวัคซีนและการรักษาโรค ขณะเดียวกันก็อาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายได้
นอกจากชีววิทยาแล้ว Anthropic ยังพบการใช้ Claude ใน การพัฒนาอาวุธแบบทั่วไป โดยเปิดเผย 6 กรณี เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับจรวดนำวิถี ระบบต่อต้านตอร์ปิโด ซอฟต์แวร์ควบคุมฝูงโดรน ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์และการกดระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงการจัดซื้อเทคโนโลยีแบบ dual-use และการรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับอาวุธพลังงานสูง
AI กับสงครามไซเบอร์ การสอดแนม และการเฝ้าระวัง
อีกด้านที่น่าสนใจคือ สงครามไซเบอร์กำลังเปลี่ยนจากการใช้ AI เป็นผู้ช่วย มาเป็นการใช้ AI ในลักษณะ “ผู้ประสานงานปฏิบัติการ” Anthropic ระบุว่าพบผู้โจมตีใช้ Claude ในหลายขั้นตอนของ cyber kill chain ตั้งแต่การสำรวจเป้าหมาย การพัฒนาเครื่องมือ การค้นหาช่องโหว่ การประมวลผลข้อมูล ไปจนถึงการโจมตี โดย AI ช่วยเพิ่มทั้งความเร็ว ขนาด และความลึกของปฏิบัติการ
หนึ่งในกรณีที่น่าสนใจคือกลุ่มผู้ปฏิบัติการที่ Anthropic เชื่อว่าอยู่ในจีน ซึ่งใช้ Claude สนับสนุนปฏิบัติการทางไซเบอร์ต่อประมาณ 50 องค์กร รวมถึงเครือข่ายของรัฐบาลต่างประเทศ โดยระบบ AI ถูกนำมาใช้ค้นหาช่องโหว่ พัฒนา exploit และดำเนินบางขั้นตอนของการบุกรุกโดยมีมนุษย์กำกับในระดับจำกัด
อีกกรณีเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย ซึ่งใช้ AI สนับสนุนการฟิชชิง การโจมตีผ่าน Wi-Fi ของโรงแรม และการยึดบัญชี WhatsApp เพื่อรวบรวมข้อมูลจากเป้าหมายในภาครัฐ กองทัพ และการทูตของยูเครน ขณะที่อีกกรณีหนึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ซึ่งใช้ Claude รวบรวมข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับกำลังทางเรือของสหรัฐฯ และศึกษาช่องโหว่ของระบบสื่อสารบนเรือ
ด้าน การเฝ้าระวัง ก็มีความน่ากังวลไม่แพ้กัน Anthropic ระบุว่าพบการใช้ Claude เพื่อสร้างระบบติดตามและจัดทำโปรไฟล์บุคคล เช่น การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชาวอุยกูร์ ชาวทิเบต นักเคลื่อนไหว บุคคลทางการเมือง และกลุ่มศาสนา รวมถึงกรณีที่ Claude ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังการสื่อสารในมาลี ซึ่งสามารถจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับซิมการ์ดจำนวนมากได้
สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่แค่ “แฮกเกอร์มี AI ช่วยเขียนโค้ด” แต่คือ AI สามารถลดช่องว่างด้านแรงงานและความเชี่ยวชาญ ทำให้ปฏิบัติการที่เคยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายคน สามารถดำเนินการได้ด้วยทีมที่เล็กลง Anthropic ถึงกับระบุว่า ความซับซ้อนของการโจมตีไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถืออีกต่อไปว่าเบื้องหลังเป็นผู้โจมตีระดับใด
AI สร้าง “อุตสาหกรรมโฆษณาชวนเชื่อและการหลอกลวง”
ภัยอีกด้านหนึ่งคือการใช้ AI เพื่อสร้าง ตัวตนปลอมและเนื้อหาจำนวนมากในระดับอุตสาหกรรม Anthropic ระบุว่าพบกลุ่มที่ใช้ Claude สร้างเครือข่ายบัญชีโซเชียลปลอมและเว็บไซต์ข่าวปลอม เพื่อเผยแพร่เนื้อหาที่มีเป้าหมายสร้างอิทธิพลทางการเมือง บางกรณีสามารถสร้างบัญชีจำนวนมากให้ดูเหมือนเป็นประชาชนทั่วไป ทั้งที่เจ้าของบัญชีและความคิดเห็นที่เผยแพร่ไม่ได้สะท้อนตัวตนหรือความเห็นจริงของบุคคลเหล่านั้น
กรณีที่เห็นภาพชัดเจนอีกอย่างคือ แอปหาคู่ที่ใช้ AI โดย Anthropic ระบุว่าปฏิบัติการหนึ่งในจีนพัฒนาแอปหาคู่มากกว่า 20 แอป พร้อมตัวตนที่สร้างด้วย AI มากกว่า 4,700 ตัว และนำไปปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้อย่างน้อย 25,000 คน โดยผสมผสานระบบอัตโนมัติเข้ากับแรงงานมนุษย์เพื่อทำให้เหยื่อเชื่อว่าบุคคลที่กำลังพูดคุยด้วยเป็นคนจริง
นี่สะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่าการสร้าง “ข่าวปลอม” เพราะ AI สามารถลดต้นทุนในการสร้าง ตัวตน เนื้อหา และปฏิสัมพันธ์ปลอม พร้อมกันได้ เมื่อกระบวนการเหล่านี้ถูกทำให้เป็นระบบ การสร้างแคมเปญหลอกลวงหรือสร้างอิทธิพลจำนวนมหาศาลอาจไม่จำเป็นต้องใช้คนจำนวนมากเหมือนในอดีต
แล้วเราจะควบคุม AI ที่มีความสามารถสูงขึ้นได้อย่างไร?
รายงานของ Anthropic จึงนำไปสู่คำถามสำคัญว่า หาก AI มีความสามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ ระบบความปลอดภัยจะสามารถก้าวทันการใช้งานในทางที่ผิดได้หรือไม่? เพราะผู้ไม่หวังดีไม่ได้เพียงพยายามใช้ AI เท่านั้น แต่ยังพยายามหลบเลี่ยงระบบป้องกันด้วย ทั้งการใช้ VPN การสร้างบัญชีใหม่ การใช้ตัวกลาง การเปลี่ยนไปใช้โมเดลที่มีข้อจำกัดน้อยกว่า และการปกปิดวัตถุประสงค์ของงาน
Anthropic ระบุว่าทุกกรณีที่ตรวจพบ บริษัทได้ระงับบัญชีที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงระบบตรวจจับและ safeguards และในกรณีที่เหมาะสมได้แบ่งปันข้อมูลกับหน่วยงานรัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรม แต่บริษัทก็ยอมรับโดยนัยว่าการใช้ classifier เพียงชั้นเดียวไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกับงานวิทยาศาสตร์แบบ dual-use เพราะระบบอัตโนมัติอาจไม่สามารถตัดสินได้อย่างแม่นยำว่าผู้ใช้มีเจตนาเพื่อประโยชน์หรือเพื่อก่ออันตราย
ดังนั้น การควบคุม AI ในยุคต่อไปอาจต้องเปลี่ยนจากการถามเพียงว่า “ผู้ใช้กำลังถามอะไร?” ไปสู่การประเมินว่า “ใครกำลังใช้ AI ใช้เพื่ออะไร ใช้ในบริบทใด และกำลังทำอะไรต่อเนื่องจากคำตอบนั้น?” ซึ่งหมายถึงการตรวจสอบระดับบัญชี องค์กร สิทธิ์การเข้าถึง การเก็บสัญญาณเพื่อการตรวจสอบ และการประเมินความเสี่ยงของโมเดลตามความสามารถ ไม่ใช่พึ่งระบบกรองเนื้อหาเพียงอย่างเดียว
ท้ายที่สุด รายงานของ Anthropic ไม่ได้เป็นหลักฐานว่า AI กำลังทำให้เกิดอาวุธชีวภาพหรือสงครามไซเบอร์โดยอัตโนมัติ แต่เป็นสัญญาณว่า AI ที่มีความสามารถสูงกำลังกลายเป็น “ตัวเร่ง” ให้มนุษย์สามารถทำงานที่ซับซ้อนขึ้นได้เร็วขึ้นและในขนาดที่ใหญ่ขึ้น ตั้งแต่งานวิจัยทางชีววิทยา การพัฒนาอาวุธ การโจมตีไซเบอร์ ไปจนถึงการสร้างตัวตนปลอมและการหลอกลวง
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “AI ฉลาดแค่ไหน” แต่คือ “เราสามารถควบคุมสิ่งที่มนุษย์ใช้ AI ที่ฉลาดขึ้นไปทำได้แค่ไหน” เพราะยิ่ง AI เข้าใกล้ระดับผู้เชี่ยวชาญในงานที่ซับซ้อนมากเท่าไร ความแตกต่างระหว่างการใช้เพื่อสร้างประโยชน์กับการใช้เพื่อสร้างความเสียหายก็ยิ่งต้องอาศัยระบบกำกับดูแลที่ละเอียดและเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น
อ้างอิง anthropic.com และ cover iT24Hrs
และข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
AI จะอันตรายแค่ไหน? เมื่อ Claude ถูกใช้กับอาวุธและสงครามไซเบอร์
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 080234502
