ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
จากนั้นก็คัดเลือกเหลือเพียง 20 ทีมสุดท้าย ที่จะต้องแข่งในวัน Pitch Day ทุกทีมต้องเข้านำเสนอ idea ต่อคณะกรรมการ เพื่อโอกาสการเรียนรู้ และรับการสนับสนุนจาก โครงการ dtac Accelerate! แล้วคัดเลือกเหลือเพียงแค่ 5 ทีม
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 ดีแทคประกาศผล 5 ทีมสุดท้าย ซึ่งทั้ง 5ทีมจะต้องเข้าอบรม intensive boot camp เป็นเวลา 3 เดือนและ Demo Day ต่อคณะกรรมการ ซึ่งเป็นนักลงทุนชั้นนำจากทั่วโลก (Venture capital) จาก บินตรงมาที่ไทยเพื่อร่วมตัดสิน หา Startup คนไทยที่เจ๋งจริง ในงานนี้โดยเฉพาะ โดยแต่ละท่านล้วนเป็นคนสำคัญในวงการ Startup โลก เช่น คุณเจฟฟรีย์ เพนน์ Manageing Partnet จาก Golden Gate Venture , Kuanhua Hsu จาก Gree Venture , Alex Jarvis จาก Jungle Venture , Adrian Vanzyl จาก Ardent Capital , Hiro Mashita จาก M&S Partner และ Koichi Saito จาก IMJ โดยตัดสินและประกาศผลผู้ชนะในวันนี้ ซึ่งทั้ง 5 ทีมที่นำเสนอนี้ กลับมีผลงาน Startup ที่ผลลัพธ์ดีเกินคาด
รู้จักผลงาน 5 ทีมสุดท้ายที่เข้าร่วมนำเสนองาน ในวัน Demo Day ของโครงการ dtac Accelerate
คุณกิตตินันท์ อนุพันธ์ หัวหน้าทีม Anywhere to go ให้สัมภาษณ์ว่า “การอยู่ในแคมป์ 3 เดือนของ Dtac ทำให้คุยกับคนที่ Dtac ให้มาสอน โดยแต่ละคนนั้นมาจากต่างประเทศ ซึ่งแม้ว้าเราอาจหาดูเขาได้จากใน Youtube แต่การที่เราได้มาพูดคุยกับเขาจริงๆ จึงทำให้ได้ถามในสิ่งที่อยากรู้ว่าปัญหานี้จะแก้ยังไง ในการต้องแข่งในระดับต่างประเทศ คิดว่าโมเดลของแอปนั้นสามารถตอบโจทย์คนไทยได้อยู่แล้ว การที่จะไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก เพราะโมเดลที่ทำสามารถใช้งานได้แบบทั่วโลกอยู่แล้ว และมั่นใจมากในการไปแข่ง คิดว่าการได้ไปพูดที่นอร์เวย์ จะทำให้สามารถเติบโตในประเทศข้ามทวีปได้ง่ายขึ้น”
“อยากฝากถึง Startup ว่าการรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับลูกค้าคือสิ่งสำคัญ ควรจะมองมุมของลูกค้า มากกว่าแอปพลิเคชัน อย่าง Clame di เรามั่นใจว่าเรารู้ลึกของประกันภัยจริงๆ เราถึงจะคิดแก้ปัญหาของลูกค้าได้จริงๆ”
ตัวแทนทีม Piggipo ผู้ชนะได้ร่วมโครงการ Black Box ได้ไป Sillicon Valley ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ” รู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสไป silicon valley จะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ จะเรียนรู้เพื่อมาพัฒนาทีม พัฒนาแอป ทำให้แอปไทยไประดับโลกให้ได้ เชื่อว่าการเป็น Startupทุกคนถ้ามีความมุ่งมั่นก็ทำได้ แต่สิ่งสำคัญคือการทุ่มเท ตั้งใจ ไม่ว่าอุปสรรคอะไรเราก็ผ่านไปได้ เราควรจะทำเลยและไม่ยอมแพ้ ”
หัวหน้าทีม Fast in Flow ให้สัมภาษณ์ว่า “แผนการต่อไปของ Fast in Flow คือการหาลูกค้ามาใช้งานให้ได้มากที่สุด ตอนนี้สมาชิกในทีมได้ออกจากงานประจำมาทำธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว ตอนนี้ก็กำลังระดมทุนอยู่เพื่อให้เติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ อยากฝากถึง Startup ว่า อย่ามัวคิด ทำดีกว่า”
หัวหน้าทีม Drivebot ให้สัมภาษณ์ว่า “ต่อจากนี้จะพัฒนาแอปให้เสร็จและนำออกสู่ตลาดเร็วที่สุด , Startup เป็นสิ่งที่น่าสนใจ อาจเป็นอะไรที่ใหม่ในประเทศเรา แต่เมื่อเข้าสู่วงการนี้เชื่อว่าทุกคนมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ”
หัวหน้าทีม Story Log ให้สัมภาษณ์ว่า “รู้สึกโล่งใจที่ได้มา Picth และทุกคนดูมีความสุขและส่ง feedback กลับมา จะนำสิ่งที่คณะกรรมการบอกมาพัฒนาต่อ ฝากถึง Startup ทุกคนมีปัญหาแต่คนที่จะประสบความสำเร็จคือคนที่อยู่กับปัญหาได้นานที่สุด”
ภาพบรรยากาศ Demo Day ในงาน Dtac Accelerate ปี2
และทั้งหมดนี้คือบรรยากาศและ ความสำเร็จของทั้ง 5 ทีม Startup ไทย ที่ได้ร่วมโครงการ Dtac Accelerate สนับสนุน Startup ไทย ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก




