กิจกรรมยอดฮิตของคนไทยใช้อินเทอร์เน็ต
- ผ่านทางสมาร์ทโฟน จะนิยมเข้าใช้พวก Social Network มากที่สุดเป็นอันดับ1 ,ส่วนอ่านข่าว อ่านอีบุ๊ค มาเป็นอันดับ 2 และ ค้นหาข้อมูล เป็นอันดับที่ 3
- ผ่านทางคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จะนิยมเข้าไปเช็คเมล รับ-ส่งอีเมล มากที่สุด ส่วนอันดับ 2 เป็นการค้นหาข้อมูล และอันดับ 3 อ่านข่าว อ่านอีบุ๊ค
- กลุ่มเพศที่ 3 กว่า 200 กว่าราย กลับนิยมเล่นทั้ง Social Network , อ่านข่าว และ นักช้อปปิ้งออนไลน์ มากกว่าเพศชายและเพศหญิง
- ขณะที่ กลุ่มเพศหญิง เล่นเกมออนไลน์ผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่มากกว่ากลุ่มอื่นๆ 52.6% (อาจเป็นเพราะเกม Cookie run )
- อันดับ 1 facebook
- อันดับ 2 Line
- อันดับ 3 Google+
- อันดับ 4 Instagram
- อันดับ 5 twitter
นอกเหนือจากข้อมูลสถิติพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยแล้ว ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับ สถิติพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงบนโลกอินเทอร์เน็ต ด้วย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ขาดความตระหนักด้านความปลอดภัยบนโลกไอทีและอินเทอร์เน็ต
- คนส่วนใหญ่นิยมเช็คอินสถานที่ต่างๆ 71.5%
- ถ่ายแล้วแชร์รูปอัพโหลดบอกสถานะโดยแชร์แบบสาธารณะ 70.7%
- โพสต์สถานะเป็นสาธารณะ 62.3%
- ที่น่าสนใจคือ คนส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนรหัสผ่านทุก 3 เดือน มีมากถึง 57.5%
หากแยกเป็นระหว่างกลุ่มคนวัยต่างๆ กับกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยงบนโลกออนไลน์ ก็พบข้อมูลสรุปที่น่าสนใจดังนี้
- คนวัยทำงาน นิยมเช็คอินเพื่อบอกคนอื่นเช่น เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย
- กลุ่มวัยรุ่นละเลยโพสต์สถานะให้ปลอดภัย แถมชอบถ่าย Selfie แชร์
- กลุ่มผู้สูงอายุไม่สนใจเปลี่ยนรหัสผ่านบนอุปกรณ์ไอที หรือพวก Social Media เลย ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงโดนแฮกสูง ซึ่งมากถึง 75% ที่ไม่ยอมเปลี่ยนรหัสเลย
ทั้งนี้ สพธอ ได้ประกาศเตือนถึงประชาชนระวังภัย เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ทำธุรกรรมฯ โดยโอนเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพหลอกหลวง โดยถูกกรอกข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลการเงินผ่านหน้าเว็บเลียนแบบธนาคาร (“Phishing”) ซึ่งระบาดทางอีเมลเป็นจำนวนมาก ทั้งต้องตื่นตัวและรู้ทันในเรื่องความปลอดภัยด้วย ในกรณีใช้ผ่านแอพธนาคารนั้น การติดตั้งแอพธนาคารก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าใช่แอพที่อัพขึ้น store โดยธนาคารจริงๆหรือไม่ ?
และยังมีผลสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงจากการใช้มือถือด้วย พบว่า
- 51% ไม่ได้ติดตั้งแอพ Antivirus บนมือถือ
- 37.1% เลิกใช้มือถือเก่า ไปขายต่อหรือยกให้คนอื่น โดยไม่ได้ล้างข้อมูลออกจากเครื่อง
- 25% ไม่ยอมตั้งรหัสผ่านบนมือถือ
โดยเฉพาะผู้สูงอายุจะละเลยการตั้งรหัสผ่านใหม่ ซึ่งเสี่ยงจากการโดนแฮค ขโมยข้อมูลได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ควรติดตั้งแอพ Antivirus ไว้ตรวจสอบไวรัส,มัลแวร์ , Phishing ภายในมือถือ ควรตั้งรหัสผ่านบนมือถือ , หมั่นเปลี่ยนรหัสทุกๆ 3 เดือน และ หากไม่ใช้มือถือแล้วจะยกให้คนอื่น หรือนำมาขายให้ผู้อื่นได้ซื้อใข้ต่อ ควรล้างข้อมูลออกจากเครื่องด้วย ป้องกันข้อมูลส่วนตัวภายในสมาร์ทหลุดไปตกอยู่ในมือผู้อื่น
สำหรับข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับ รายงานผลสำรวจผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประเทศไทยปี 2557 สามารถดาว์โหลดได้ที่ http://www.etda.or.th/internetuserprofile2014




