AI จะมาแย่งงาน ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “แล้วเราจะยังมีงานทำอยู่ไหม?” แต่ปัญหานี้อาจแก้ไขได้ด้วย Universal Basic Income (UBI)
AI จะมาแย่งงาน หรือทำให้เรามีรายได้ โดยไม่ต้องทำงาน?
ในปัจจุบัน AI สามารถทำงานหลายอย่างแทนมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่ความกังวลเกี่ยวกับการจ้างงานที่ลดลงและการไม่มีรายได้
ResumeBuilder.com ได้สำรวจบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 แห่งในสหรัฐอเมริกาในปี 2023 และพบว่า 49% ของบริษัทเหล่านั้นใช้ ChatGPT แล้ว และ 30% มีแผนที่จะใช้ นอกจากนี้ 48% ของบริษัทที่ใช้ ChatGPT ระบุว่าพวกเขาใช้ AI นี้เพื่อเข้ามาแทนที่พนักงาน
งาน 3 อันดับแรกที่ AI เข้ามาช่วยหรือแทนที่
- การเขียนโค้ด: แม้ว่า ChatGPT จะช่วยในการเขียนโค้ดได้ แต่ผู้ใช้ยังคงต้องมีความรู้ด้านการโค้ดดิ้งเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและปรับแต่งโค้ดตามความต้องการของโปรเจกต์ ดังนั้น AI จึงช่วยให้โปรแกรมเมอร์ทำงานได้เร็วขึ้น แต่โปรแกรมเมอร์อาวุโสหรือวิศวกรซอฟต์แวร์ก็ยังคงต้องตรวจสอบโค้ดอยู่ดี
- การเขียนคอนเทนต์: ChatGPT มีความสามารถในการเขียนคอนเทนต์ได้ดีมาก โดยรวมแล้ว 55% ของผู้นำธุรกิจประทับใจกับคุณภาพงานของ ChatGPT และ 34% มองว่าอยู่ในระดับดีมาก อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมากในการสร้างคอนเทนต์ แต่ก็ยังคงต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องจากมนุษย์อยู่เสมอ
- การบริการลูกค้า: AI ถูกนำมาใช้ในการให้บริการลูกค้าอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังถูกนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยและช่วยงานในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การยกของและการเคลื่อนย้ายสิ่งของ เนื่องจากบุคลากรมีจำนวนจำกัด ตัวอย่างเช่น Tesla ได้ทดสอบหุ่นยนต์ Optimus ในโรงงานประกอบรถยนต์ในปี 2023 และ BMW ประกาศนำหุ่นยนต์ Figure เข้ามาทำงานในโรงงานที่สหรัฐอเมริกาในปี 2025
ด้วยความสามารถของ AI ที่ทำงานได้เร็วกว่า แม่นยำกว่า และมีต้นทุนที่ถูกกว่ามนุษย์ Goldman Sachs คาดการณ์ว่า AI อาจเข้ามาแทนที่งานประจำได้ถึง 300 ล้านตำแหน่งภายในปี 2030 สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่ามนุษย์จะหารายได้เพื่อดำรงชีวิตได้อย่างไร
Universal Basic Income (UBI) คืออะไร?
ในบริบทนี้ ผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่าง Elon Musk และ Sam Altman จึงเริ่มพูดถึงแนวคิดของ Universal Basic Income (UBI) หรือรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า ซึ่งเป็นรายได้ประจำที่มนุษย์จะได้รับแม้ไม่ได้ทำงาน Elon Musk ได้กล่าวถึงแนวคิดนี้ครั้งแรกในปี 2016
องค์ประกอบของ UBI
- แจกให้ฟรีและเท่าเทียมกันทุกคน: ทุกคนจะได้รับเงินจำนวนเท่ากันโดยไม่มีเงื่อนไข
- นำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ไม่จำกัด: ผู้รับสามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการส่วนบุคคล
- จำนวนเงินเพียงพอต่อการดำรงชีวิต: อย่างไรก็ตาม คำว่า “เพียงพอ” ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา เนื่องจากค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
- ให้เป็นประจำและต่อเนื่อง: โดยปกติแล้วจะจ่ายเป็นรายเดือน
Mark Zuckerberg ก็ได้กล่าวสนับสนุน UBI ที่ Harvard ในปี 2017 โดยมองว่า UBI จะช่วยให้ทุกคนมีโอกาสได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ ในโลกที่ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เราได้สำรวจในสิ่งที่สนใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง UBI อาจช่วยให้ผู้คนทำงานที่สร้างคุณค่าให้สังคมและเติมเต็มจิตใจ โดยไม่ต้องยึดติดกับงานที่ทำเพื่อหารายได้เพียงอย่างเดียว
การทดลอง UBI ในประเทศต่างๆ
แม้จะยังไม่มีประเทศใดที่ประสบความสำเร็จในการนำระบบ UBI มาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็มีหลายประเทศที่ได้ทำการทดลอง:
- ฟินแลนด์ (2017-2018): รัฐบาลได้เลือกผู้ว่างงาน 2,000 คน และแจกเงินเดือนละ 560 ยูโร (ประมาณ 20,500 บาท) โดยไม่มีข้อผูกมัดในการหางาน และจะไม่ลดเงินแม้จะมีงานทำ ผลการทดลองพบว่าผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้น และหันมาสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมถึงรักษาความสามารถในการสร้างสรรค์ UBI จึงไม่ได้ทำให้คนไม่ทำงาน แต่เป็นการปลดปล่อยเวลาให้พวกเขาทำตามสิ่งที่สนใจ
- เคนยา (2017 – ปัจจุบัน): เป็นโครงการทดลอง UBI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กินระยะเวลายาวนานถึง 12 ปี โดยมอบเงินประมาณ 25 บาทต่อวันให้กับคนเกือบ 5,000 คน พบว่ามีการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ และทำให้ค่าจ้างสูงขึ้นเนื่องจากจำนวนแรงงานลดลง
- อิหร่าน (2010): ได้ทดลองจ่ายรายได้พื้นฐานเทียบเท่า 29% ของรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน แทนการให้เงินอุดหนุนสินค้าต่างๆ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้คนมีความสุขมากขึ้น แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในระดับการจ้างงาน
Universal High Income คืออะไร?
ในปี 2023 Elon Musk ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดจาก Universal Basic Income เป็น Universal High Income เขาให้เหตุผลว่าในอนาคตอันใกล้ “อาจไม่มีใครมีงานทำเลย” (Probably none of us will have a job) เนื่องจาก AI จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์และสร้างผลผลิตได้อย่างมหาศาล
Musk มองว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ (Productivity) จาก AI จะทำให้สามารถเก็บภาษีจากผู้ที่ใช้ AI ได้มากขึ้นอย่างมหาศาล แนวคิดนี้คล้ายกับข้อเสนอของ Bill Gates เรื่อง “Robot tax” โดยจะเก็บภาษีเพิ่มเติมจากบริษัทที่ใช้ AI เพื่อนำเงินนั้นมาจ่ายให้กับผู้ที่ตกงานเพราะ AI คำถามสำคัญคือภาษีที่เก็บได้จะเพียงพอหรือไม่ และจะยุติธรรมกับบริษัทที่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มหรือไม่ มีการเสนอแนวคิดในการเก็บภาษีจากส่วนต่างของผลประโยชน์ที่บริษัทได้รับจากการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นจากปกติ
สรุป
ไม่ว่าจะเป็น Universal Basic Income หรือ Universal High Income ของ Elon Musk แนวคิดเหล่านี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงและเป็นเพียงไอเดียหรืออุดมคติที่ยังไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนคือ AI กำลังเปลี่ยนแปลงการทำงานและระบบเศรษฐกิจของโลกอย่างมหาศาล ซึ่งทุกคนต้องติดตามและปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดในยุคดิจิทัลและยุค AI ได้
ชมรายการ Digital Thailand ตอน “ AI จะมาแย่งงาน หรือทำให้เรามีรายได้ โดยไม่ต้องทำงาน? ” ได้ที่รายการย้อนหลังตอนนี้เลย
https://it24hrs.com/2025/ai-steal-jobs-ubi-universal-basic-income-solve-problem/
ออกอากาศวันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2568
ในรายการ Digital Thailand ทุกวันเสาร์ ทางช่อง 3 กด 33 เวลา 4.40-5.05 น.
ยังมีบทความที่น่าสนใจ
AI Police Cyborg เจาะลึกหุ่นยนต์ตำรวจไซบอร์ก ตัวแรกของโลก โดยคนไทย
AI ครองเมือง! Skills อะไรที่จะช่วยให้ที่ช่วยให้เรารอดในตลาดแรงงาน
อย่าลืมกดติดตามอัปเดตข่าวสาร เทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 0802345023




