ใช้ VoWiFi ( Voice over Wi-Fi, WiFi Calling ) สำหรับผู้ใช้ซิมเติมเงิน ต้องยืนยันตัวตนที่ศูนย์บริการเครือข่ายมือถือภายในเดือนมีนาคมนี้ หลังเครือข่าย AIS และ True (ผู้ดูแลเครือข่าย True และ Dtac )ได้้ส่ง SMS แจ้งผู้ที่จะใช้ VoWiFi ต้องยืนยันตัวตน มาทำความรู้จักกับ VoWiFi กัน
VoWiFi หรือ Voice over Wi-Fi , WiFi Calling คืออะไร ?
เทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณสามารถโทรออกผ่านเครือข่าย Wi-Fi แทนการใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือปกติ มันทำงานโดยใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อส่งข้อมูลเสียง คล้ายกับบริการ VoIP เช่น Skype หรือ WhatsApp แต่ VoWiFi มักจะถูกรวมเข้ากับระบบของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ของคุณ
วิธีการทำงาน: VoWiFi ( Voice over Wi-Fi, WiFi Calling )
เมื่อคุณเปิดใช้งาน VoWiFi บนสมาร์ทโฟนและเชื่อมต่อกับ Wi-Fi โทรศัพท์ของคุณจะส่งสายเรียกผ่านอินเทอร์เน็ต แทนการใช้เสาสัญญาณของเครือข่ายมือถือ โดยผู้ให้บริการยังคงจัดการสายนั้นอยู่
ข้อดีของ VoWiFi ( Voice over Wi-Fi, WiFi Calling )
- ครอบคลุมดีขึ้น: เหมาะสำหรับสถานที่ที่สัญญาณมือถืออ่อน แต่มี Wi-Fi แรง เช่น ชั้นใต้ดิน หรือพื้นที่ชนบท
- ประหยัดค่าใช้จ่าย: การโทรผ่าน Wi-Fi อาจไม่นับรวมในนาทีการโทรของแพ็กเกจมือถือ และการโทรระหว่างประเทศอาจถูกกว่า
- ใช้งานง่าย: รองรับการโทรผ่านแอปโทรศัพท์ปกติของเครื่อง ไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติม ถ้าอุปกรณ์และเครือข่ายรองรับ
- สิ่งที่ต้องมี: สมาร์ทโฟนที่รองรับ VoWiFi, ผู้ให้บริการที่เปิดให้ใช้ฟีเจอร์นี้, และการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร
โดยในประเทศไทยนั้น ผู้ให้บริการอย่าง AIS, True , dtac บางรายอาจเรียกฟีเจอร์นี้ว่า “Wi-Fi Calling” คุณสามารถตรวจสอบได้ในเมนูตั้งค่าของโทรศัพท์ (เช่น เมนู “การเชื่อมต่อ” หรือ “การโทร”) ถ้ามีตัวเลือกนี้แสดงว่าเครื่องและเครือข่ายของคุณรองรับ VoWiFi
ทำไมต้องยืนยันตัวตนเกี่ยวกับ VoWiFi
โทรศัพท์แบบเติมเงินที่ใช้ VoWiFi (Voice over Wi-Fi) ต้องยืนยันตัวตนด้วยเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้:
- ข้อกำหนดทางกฎหมายและระเบียบของรัฐ: ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีกฎระเบียบที่กำหนดให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกประเภท รวมถึงแบบเติมเงิน ต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการใช้เบอร์โทรในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น การก่ออาชญากรรม (หลอกลวง) หรือการใช้ในกิจกรรมที่อาจกระทบความมั่นคงของชาติ การใช้ VoWiFi ก็ยังคงอยู่ภายใต้หมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับซิมการ์ด จึงต้องปฏิบัติตามกฎนี้เหมือนกัน
- ความปลอดภัยของผู้ใช้และเครือข่าย: การยืนยันตัวตนช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้ได้ในกรณีที่มีปัญหา เช่น การโทร (รบกวน) หรือการใช้บริการในทางที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังป้องกันการปลอมแปลงหมายเลขเพื่อหลอกลวงผู้อื่นผ่านระบบ VoWiFi ซึ่งใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่อาจตรวจสอบได้ยากกว่าสัญญาณมือถือปกติ
- นโยบายของผู้ให้บริการ: ผู้ให้บริการเครือข่าย (เช่น AIS, True, dtac) มักกำหนดให้ลูกค้าเติมเงินที่ต้องการใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงอย่าง VoWiFi ต้องสมัครและยืนยันตัวตนก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าบริการนี้ถูกใช้โดยเจ้าของหมายเลขที่แท้จริง และเพื่อควบคุมการเข้าถึงฟีเจอร์ที่อาจมีค่าใช้จ่ายพิเศษหรือเงื่อนไขเฉพาะ
- การจัดการค่าใช้จ่ายและการใช้งาน: แม้ว่า VoWiFi จะโทรผ่าน Wi-Fi แต่การคิดค่าบริการยังอิงตามแพ็กเกจของซิมเติมเงิน การยืนยันตัวตนช่วยให้ผู้ให้บริการผูกบัญชีการใช้งานกับผู้ใช้จริง ป้องกันการใช้บริการโดยไม่เติมเงินหรือการใช้งานที่อาจเกิดข้อพิพาทเรื่องค่าใช้จ่าย
ดังนั้น การยืนยันตัวตนจึงเป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ความปลอดภัย และการบริหารจัดการบริการ แม้ว่าจะเป็นการโทรผ่าน Wi-Fi ก็ตาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือของคุณ
อ้างอิง ais dtac true cover iT24Hrs
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
ใช้ VoWiFi ( Voice over Wi-Fi, WiFi Calling ) ต้องยืนยันตัวตนก่อน ภายในเดือนมีนาคม 2025
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs




