Android Auto ใช้กับมือถือรุ่นไหน เพราะแม้สมาร์ตโฟน Android รุ่นใหม่เกือบทุกรุ่นจะสามารถใช้งาน Android Auto ได้ แต่ความเข้ากันได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมือถือเพียงอย่างเดียว ผู้ใช้ยังต้องตรวจสอบเวอร์ชัน Android ระบบของรถยนต์ ตลอดจนรูปแบบการเชื่อมต่อแบบมีสายหรือไร้สายด้วย
มาตรวจสอบว่า Android Auto รองรับมือถือรุ่นใด มือถือแบบไหนที่อาจใช้งานไม่ได้ และควรแก้ปัญหาเบื้องต้นอย่างไร หากเชื่อมต่อมือถือเข้ากับรถไม่สำเร็จ
Android Auto คืออะไร?

Android Auto คือระบบที่นำฟังก์ชันสำคัญจากสมาร์ตโฟน Android ไปแสดงบนหน้าจอของรถยนต์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแผนที่ นำทาง โทรออก รับสาย ส่งข้อความ และฟังเพลงได้สะดวกขึ้น โดยสามารถควบคุมผ่านหน้าจอรถ ปุ่มบนพวงมาลัย หรือคำสั่งเสียง
ระบบนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับ Apple CarPlay และช่วยลดการพึ่งพาระบบ Infotainment ที่ติดตั้งมากับรถ ซึ่งอาจมีฟีเจอร์จำกัดหรือไม่ได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
มือถือ Android รุ่นไหนใช้ Android Auto ได้?
ตามข้อกำหนดปัจจุบันของ Google การใช้งาน Android Auto บนหน้าจอรถผ่านสาย USB ต้องมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
- สมาร์ตโฟนที่ใช้ Android 9.0 หรือใหม่กว่า
- แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานได้
- รถยนต์หรือเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่รองรับ Android Auto
- สาย USB คุณภาพดีที่สามารถรับส่งข้อมูลได้
สำหรับมือถือที่ใช้ Android 10 หรือใหม่กว่า Android Auto จะรวมอยู่ในระบบปฏิบัติการแล้ว ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปแยกต่างหาก เพียงเชื่อมต่อมือถือเข้ากับรถยนต์ที่รองรับและทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ
ส่วนมือถือ Android 9 อาจมีวิธีจัดการระบบแตกต่างกันตามรุ่นและผู้ผลิต แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำที่ Google รองรับสำหรับการเชื่อมต่อกับหน้าจอรถ
Android Auto แบบไร้สายต้องใช้อะไรบ้าง?
Android Auto Wireless มีข้อกำหนดสูงกว่าการต่อผ่านสาย โดยทั่วไปต้องใช้
- สมาร์ตโฟนที่ใช้ Android 11 หรือใหม่กว่า
- มือถือที่รองรับ Wi-Fi ย่านความถี่ 5 GHz
- รถยนต์หรือเครื่องเสียงที่รองรับ Android Auto แบบไร้สาย
- แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ยังใช้งานได้
การที่มือถือรองรับ Android Auto ไม่ได้หมายความว่าจะเชื่อมต่อแบบไร้สายได้เสมอไป รถยนต์หรือเครื่องเสียงของรถต้องรองรับระบบ Wireless Android Auto ด้วย หากรถรองรับเฉพาะแบบมีสาย ผู้ใช้ยังจำเป็นต้องเชื่อมต่อผ่าน USB
มือถือแบบไหนที่ใช้ Android Auto ไม่ได้?
1. มือถือที่ใช้ Android 8 หรือต่ำกว่า
Android 9 เป็นเวอร์ชันขั้นต่ำตามข้อกำหนดล่าสุดของ Google ดังนั้นมือถือที่ยังใช้ Android 8, Android 7 หรือเวอร์ชันเก่ากว่า จะไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับการรองรับอย่างเป็นทางการ
แม้ Android Auto เวอร์ชันเดิมอาจยังทำงานบนอุปกรณ์บางเครื่อง แต่ผู้ใช้อาจไม่ได้รับฟีเจอร์ใหม่ การแก้ไขข้อบกพร่อง หรือการอัปเดตด้านความปลอดภัย และมีโอกาสใช้งานไม่ได้ในอนาคต
2. มือถือที่ไม่มีบริการ Google
มือถือบางรุ่นที่ไม่มี Google Mobile Services หรือไม่มี Google Play Services อาจไม่สามารถใช้งาน Android Auto ได้ตามปกติ เนื่องจากระบบจำเป็นต้องทำงานร่วมกับบริการหลายส่วนของ Google
กรณีนี้อาจพบในมือถือที่วางจำหน่ายเฉพาะบางประเทศ รวมถึงอุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงซอฟต์แวร์เพื่อลบบริการของ Google ออก
3. มือถือที่ติดตั้ง Custom ROM
สมาร์ตโฟนที่เปลี่ยนจากระบบของผู้ผลิตไปใช้ Custom ROM อาจไม่รองรับ Android Auto ทันที โดยเฉพาะระบบที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและไม่ได้ติดตั้ง Google Play Services มาให้
ตัวอย่างเช่น GrapheneOS ไม่ได้เปิดใช้งาน Android Auto มาเป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ต้องติดตั้งและอนุญาตสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะที่ CalyxOS รองรับ Android Auto ในระบบบางเวอร์ชัน แต่ต้องเปิดใช้ฟังก์ชันนี้ก่อน
ดังนั้น การติดตั้ง Android เวอร์ชันดัดแปลงไม่ได้หมายความว่าจะใช้ Android Auto ไม่ได้ทั้งหมด แต่การตั้งค่าอาจซับซ้อนและไม่รับประกันว่าจะทำงานได้สมบูรณ์เหมือนซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตมือถือ
4. มือถือที่ใช้ Android ต่ำกว่า 11 สำหรับการเชื่อมต่อไร้สาย
หากต้องการใช้ Android Auto Wireless มือถือทั่วไปควรทำงานบน Android 11 หรือใหม่กว่า พร้อมรองรับ Wi-Fi 5 GHz
มือถือ Android 9 หรือ Android 10 อาจยังใช้งาน Android Auto ผ่านสาย USB ได้ แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ทั่วไปสำหรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ทั้งนี้ อุปกรณ์บางรุ่นอาจมีข้อยกเว้นตามที่ผู้ผลิตกำหนด
มือถือรองรับ แต่ทำไม Android Auto เชื่อมต่อไม่ได้?
หากมือถือและรถยนต์ผ่านข้อกำหนดทั้งหมดแล้ว แต่ยังเชื่อมต่อไม่สำเร็จ ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากความเข้ากันได้ของมือถือ แต่อาจมาจากปัจจัยต่อไปนี้
สาย USB ไม่รองรับการรับส่งข้อมูล
สาย USB บางเส้นรองรับเฉพาะการชาร์จไฟ และไม่สามารถรับส่งข้อมูลได้ จึงไม่สามารถเชื่อมต่อ Android Auto กับหน้าจอรถได้
Google แนะนำให้ใช้สาย USB คุณภาพดี มีความยาวไม่เกินประมาณ 1.8 เมตร และหลีกเลี่ยงการใช้สายต่อพ่วงหรือ USB Hub หากพบว่าการเชื่อมต่อหลุดบ่อย ควรทดลองเปลี่ยนสายเป็นอันดับแรก
รถยนต์ไม่รองรับ Android Auto
แม้มือถือจะรองรับ แต่รถยนต์หรือเครื่องเสียงติดรถยนต์ก็ต้องรองรับ Android Auto เช่นกัน รถบางรุ่นรองรับเฉพาะบางปีผลิต บางรุ่นต้องเปิดฟังก์ชันในเมนูตั้งค่าก่อน ขณะที่บางรุ่นอาจรองรับเฉพาะการเชื่อมต่อผ่านสาย
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบจากคู่มือรถยนต์ เว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือตรวจสอบรายชื่อรถที่รองรับบนเว็บไซต์ Android Auto
เปิดใช้งาน VPN อยู่
การเชื่อมต่อ VPN อาจรบกวนกระบวนการเชื่อมต่อ Android Auto ในบางกรณี วิธีแก้เบื้องต้นคือปิด VPN ชั่วคราวก่อนเชื่อมต่อกับรถ
หากบริการ VPN รองรับ Split Tunneling ผู้ใช้อาจกำหนดให้ Android Auto ไม่ต้องส่งข้อมูลผ่าน VPN ได้
พอร์ต USB หรือระบบของรถมีปัญหา
รถยนต์บางรุ่นมีพอร์ต USB หลายช่อง แต่มีเพียงบางช่องที่รองรับ Android Auto ควรตรวจสอบสัญลักษณ์กำกับหรืออ่านคู่มือประจำรถ นอกจากนี้ การรีสตาร์ตมือถือและระบบหน้าจอรถอาจช่วยแก้ปัญหาการเชื่อมต่อชั่วคราวได้
วิธีตรวจสอบเวอร์ชัน Android บนมือถือ
ขั้นตอนอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามยี่ห้อมือถือ โดยทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ดังนี้
- เปิดแอป การตั้งค่า
- เลือก เกี่ยวกับโทรศัพท์
- แตะ ข้อมูลซอฟต์แวร์ หรือ เวอร์ชัน Android
- ตรวจสอบหมายเลขเวอร์ชันที่ติดตั้งอยู่
หากเป็น Android 8 หรือต่ำกว่า ให้ตรวจสอบในเมนูอัปเดตซอฟต์แวร์ว่าผู้ผลิตเปิดให้อัปเกรดเป็น Android 9 หรือใหม่กว่าหรือไม่
ทำอย่างไรให้มือถือรองรับ Android Auto?
หากมือถือไม่ผ่านข้อกำหนด วิธีแก้ที่เป็นไปได้มีดังนี้
- อัปเดตระบบปฏิบัติการเป็น Android 9 หรือใหม่กว่า
- อัปเดตเป็น Android 11 หรือใหม่กว่า หากต้องการเชื่อมต่อแบบไร้สาย
- ติดตั้งการอัปเดต Android Auto และ Google Play Services
- กลับไปใช้ระบบปฏิบัติการอย่างเป็นทางการของผู้ผลิต หาก Custom ROM มีปัญหา
- เปลี่ยนไปใช้มือถือรุ่นใหม่ หากเครื่องเดิมไม่สามารถอัปเดต Android ได้อีก
- ใช้ Bluetooth สำหรับโทรศัพท์และฟังเพลงแทน หากรถหรือมือถือไม่รองรับ Android Auto
สรุป Android Auto รองรับมือถือรุ่นใดบ้าง?

มือถือ Android รุ่นใหม่ส่วนใหญ่สามารถใช้ Android Auto ได้ โดยการเชื่อมต่อผ่านสายต้องใช้ Android 9 ขึ้นไป ส่วนการเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยทั่วไปต้องใช้ Android 11 ขึ้นไป พร้อม Wi-Fi 5 GHz
กลุ่มที่มีโอกาสใช้งานไม่ได้ ได้แก่ มือถือ Android 8 หรือต่ำกว่า อุปกรณ์ที่ไม่มีบริการ Google และมือถือที่ติดตั้ง Custom ROM บางประเภท อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ต้องตรวจสอบรถยนต์ สาย USB และรูปแบบการเชื่อมต่อร่วมด้วย เพราะแม้มือถือจะรองรับ แต่ Android Auto ก็อาจใช้งานไม่ได้หากอุปกรณ์ส่วนอื่นไม่ผ่านข้อกำหนดกันได้ และระบบไฟกับผู้ติดตั้งก่อน
อ้างอิง และ cover Google Android Auto Help, Android.com
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
Android Auto ใช้กับมือถือรุ่นไหนไม่ได้? เช็กเงื่อนไขก่อนเชื่อมต่อกับรถ
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 080234502




