แอปฯ แปลกๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้รวยได้ อย่าเพิ่งทิ้งไอเดียประหลาดๆ ของคุณ เพราะประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า ไอเดียแปลกๆ ก็ทำเงินได้
จาก “ไอเดียบ้า” สู่ “ธุรกิจพันล้าน”: แอปฯ แปลกๆ แบบนี้ก็ทำให้รวยได้?
ในโลกแห่งการทำธุรกิจ เส้นแบ่งระหว่างความล้มเหลวกับความสำเร็จระดับโลกมักถูกขีดคั้นด้วย “ความกล้าที่จะแตกต่าง” อย่าเพิ่งทิ้งแนวคิดที่คุณมองว่าประหลาดเพียงเพราะสายตาคนรอบข้าง เพราะประวัติศาสตร์ทางธุรกิจได้พิสูจน์แล้วว่าโมเดลธุรกิจที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ สามารถสร้างผลกำไรมหาศาลและเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทยูนิคอร์นได้
Airbnb: จากที่นอนเป่าลม สู่ธุรกิจพันล้าน
แนวคิดการเปิดบ้านพักส่วนตัวให้บุคคลภายนอกเช่าที่นอนเป่าลม อาจฟังดูเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากในเชิงธุรกิจ แต่ในปัจจุบันธุรกิจนี้ได้กลายเป็น “ยูนิคอร์น” หรือบริษัทสตาร์ทอัพนอกตลาดหุ้นที่มีมูลค่าสูงเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท)
ธุรกิจที่กล่าวถึงนี้คือ Airbnb ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในปี 2008 ณ เมืองซานฟรานซิสโก โดย Brian Chesky และ Joe Gebbia สองรูมเมทที่ประสบปัญหาทางการเงิน พวกเขาฉวยโอกาสในช่วงที่มีงานประชุมงาน The Industrial Design Conference ที่โรงแรมในพื้นที่เต็มหมด ทั้งสองเลยนำที่นอนลมในห้องนั่งเล่นมาให้เช่าพร้อมบริการอาหารเช้าในชื่อ Airbedandbreakfast.com โดยมี Nathan Blecharczyk เข้ามาร่วมทีมในฐานะ CTO ในภายหลัง
ในช่วงเริ่มต้นที่ขาดแคลนเงินทุน พวกเขาถึงขั้นผลิตซีเรียลรุ่นจำกัดลายการเมืองสหรัฐฯ แบนนด์ Obama O’s และ Cap’n McCains กล่องละ 40 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,265 บาท) ออกขายเพื่อหาทุนประเดิมในการพัฒนาเว็บไซต์ ความมุ่งมั่นนี้ไปสะดุดตา Paul Graham แห่ง Y Combinator ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อธุรกิจเติบโต Airbnb ได้ขยายอาณาจักรผ่านการซื้อกิจการทั่วโลก เช่น Accoleo ในเยอรมนี, Luxury Retreats, HotelTonight และล่าสุดคือ GamePlanner.AI เพื่อพัฒนาระบบ AI ในการวิเคราะห์ความต้องการของผู้พัก
แม้จะเผชิญวิกฤตโควิด-19 ในปี 2020 ที่ทำให้ยอดจองหายไปถึง 96% และต้องเลิกจ้างพนักงาน 25% แต่ Airbnb สามารถพลิกวิกฤตด้วยการปรับกลุ่มเป้าหมายเป็นการท่องเที่ยวใกล้บ้านและการเช่าระยะยาว จนสามารถทำกำไรตามมาตรฐาน GAAP ได้เป็นครั้งแรกในปี 2022 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทยังคงเผชิญความท้าทายด้านกฎหมายในหลายเมือง เช่น ปารีสและลอนดอน ที่มีการจำกัดจำนวนวันเช่า รวมถึงการยุติธุรกิจในจีนเมื่อปี 2022 เนื่องจากข้อกำหนดที่ซับซ้อน
Snapchat: “ความผิดพลาด” ที่อยากให้หายไป
Snapchat คืออีกหนึ่งกรณีศึกษาของไอเดียที่เกิดจากโจทย์ “การสร้างพื้นที่สำหรับความผิดพลาด” พัฒนาโดยกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้แก่ Evan Spiegel, Bobby Murphy และ Reggie Brown ในปี 2011 ภายใต้ชื่อเดิมว่า “Picaboo”
แนวคิดหลักคือการส่งรูปภาพที่ “เปิดดูแล้วจะลบตัวเองทิ้งทันที” ซึ่งขัดกับแนวคิดของโซเชียลมีเดียยุคยอดนิยมอย่าง Facebook ที่เน้นการเก็บความทรงจำ แม้จะมีการฟ้องร้องภายในจนต้องจ่ายเงินชดเชยให้ Reggie Brown ถึง 157.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ Snapchat ก็กลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นเนื่องจากตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว อิทธิพลของ Snapchat ยังส่งผลให้แพลตฟอร์มอื่นอย่าง Instagram ต้องพัฒนาฟีเจอร์ Stories ตามในปี 2013
ความสำเร็จของ Snapchat นำไปสู่ข้อเสนอซื้อกิจการจาก Mark Zuckerberg ในมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ Evan Spiegel ในวัย 23 ปี ปฏิเสธข้อเสนอนั้น ปัจจุบันบริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น Snap Inc. เป็นบริษัทมหาชนที่ขยายตัวไปสู่เทคโนโลยี AR และแว่นตาอัจฉริยะ Spectacles โดยมีผู้ใช้งานต่อวันมากกว่า 440 ล้านคน
Yo และ I Am Rich แอปฯ ไร้สาระ ปรากฏการณ์ระดับโลก
มีแอปพลิเคชันที่ดูเหมือนไม่มีประโยชน์แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง เช่น
- แอปพลิเคชัน Yo: พัฒนาโดย Or Arbel ในปี 2014 ใช้เวลาเพียง 8 ชั่วโมงในการสร้าง โดยทำหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือส่งคำว่า “Yo” ไปหาเพื่อน ผลปรากฏว่ามียอดดาวน์โหลดกว่า 3 ล้านครั้ง และมีการส่งข้อความหากันมากกว่า 100 ล้านครั้ง
- แอปพลิเคชัน I Am Rich: เปิดตัวในปี 2008 บน App Store ด้วยราคาสูงถึง 999.99 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 31,000 บาท) ตัวแอปไม่มีฟังก์ชันอื่นนอกจากแสดงรูปอัญมณีและข้อความประกาศความมั่งคั่ง แม้จะถูก Apple ลบออกภายใน 24 ชั่วโมง แต่ก็มีผู้ซื้อไปถึง 8 คน ซึ่งพิสูจน์ว่ามีความต้องการในตลาดที่แปลกใหม่เสมอ
Are You Dead?: แอปชื่อโหดที่อยู่ในโหมดคนเหงา
ในประเทศจีน ความกลัวเรื่องการเสียชีวิตโดยไม่มีใครทราบข่าว (Lonely Death) กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแอปพลิเคชัน “Are You Dead?” หรือชื่อภาษาจีนว่า “สื้อเลอมา”
กลไกของแอปคือการให้ผู้ใช้งานกดปุ่มยืนยันสถานะทุก 2 วัน หากไม่มีการตอบสนอง ระบบจะติดต่อบุคคลที่ตั้งค่าไว้ทันที แอปนี้ขึ้นสู่อันดับ 1 ของแอปเสียเงินในจีน และติด Top 5 ในหลายประเทศ พัฒนาโดยทีม Gen Z 3 คน ด้วยทุนเพียง 5,000 บาท แต่ปัจจุบันมีการเสนอขายหุ้น 10% ในมูลค่าสูงถึง 5 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงภาวะ “ความเหงาระดับชาติ” ในจีนที่มีผู้อยู่อาศัยคนเดียวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สรุป
เรื่องราวของธุรกิจเหล่านี้เตือนให้เราตระหนักว่า “นวัตกรรม” ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความซับซ้อน แต่เริ่มจากการมองเห็นโอกาสในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามหรือมองว่าไร้สาระ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักเป็นผลผลิตของความกล้าหาญที่จะรักษาไอเดียนั้นไว้จนกว่าจะเจอกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ และเปลี่ยนความแปลกประหลาดให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่โลกต้องยอมรับ
ชมรายการ Digital Thailand ตอน “ แอปฯ แปลกๆ แบบนี้ก็ทำให้รวยได้ จาก “ไอเดียบ้า” สู่ “ธุรกิจพันล้าน” ” ได้ที่รายการย้อนหลังตอนนี้เลย
https://it24hrs.com/2026/crazy-idea-application-startup/
ออกอากาศวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569
ในรายการ Digital Thailand ทุกวันเสาร์ ทางช่อง 3 กด 33 เวลา 4.05-4.30 น.
ยังมีบทความที่น่าสนใจ
6 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกปี 2026 โดย MIT ที่กำลังจะกลายเป็น “ความจริง”
อย่าลืมกดติดตามอัปเดตข่าวสาร เทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 0802345023
