ใครจะเชื่อว่า PlayStation 5 เครื่องเล่นเกมที่หลายคนใช้เล่นเกมกราฟิกสวย ๆ จะถูกดัดแปลงให้กลายเป็นเครื่องรัน AI ได้ แถมยังประมวลผลโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Qwen 27B ได้ด้วยความเร็วประมาณ 20 โทเคนต่อวินาที โดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลบนคลาวด์!

ผลงานนี้มาจากนักพัฒนาที่ใช้ชื่อบน Reddit ว่า u/abhi245y ซึ่งนำโปรเจกต์ PS5LM มาต่อยอดเป็น PS5LM Plus ปลดล็อกความสามารถของฮาร์ดแวร์ PS5 ให้เข้าถึง GPU และหน่วยความจำได้มากขึ้น เปลี่ยนเครื่องเล่นเกมให้กลายเป็นเซิร์ฟเวอร์ AI ขนาดย่อมได้สำเร็จ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เครื่องเกมถูกนำไปใช้ทำงานนอกเหนือจากความบันเทิง เพราะในอดีต PlayStation และเครื่องคอนโซลรุ่นอื่น ๆ เคยถูกนำไปใช้ตั้งแต่สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ วิจัยโรคร้าย ไปจนถึงฟื้นฟูผู้ป่วยอีกด้วย
จากเครื่องเล่นเกมสู่ AI Server
เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือโปรเจกต์ PS5LM Plus ซึ่งพัฒนาต่อยอดจาก PS5LM ของ Mert Cobanov โดยผู้พัฒนาที่ใช้ชื่อบน Reddit ว่า u/AdIllustrious7246 เปลี่ยนวิธีทำงานจากโปรแกรมที่รันบน CPU มาเป็นแอปพลิเคชันที่เข้าถึง GPU ของ PS5 ได้โดยตรง
หัวใจสำคัญคือการนำ llama.cpp ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ มาทำงานร่วมกับ GPU ผ่าน Vulkan ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรของเครื่องได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเข้าถึงหน่วยความจำสำหรับโมเดลได้ประมาณ 11.4 GiB จากเดิมที่โปรแกรมรุ่นแรกเข้าถึงได้ราว 6 GiB
ผลที่ได้คือ PS5 สามารถรัน Qwen3.8-27B โมเดล AI จากตระกูล Qwen ของ Alibaba ซึ่งมีพารามิเตอร์ 27,000 ล้านตัว ได้ด้วยความเร็วที่ผู้พัฒนารายงานไว้ประมาณ 20.3–20.7 โทเคนต่อวินาที นับเป็นการเปลี่ยนบทบาทของเครื่องเล่นเกมให้กลายเป็นอุปกรณ์ประมวลผล AI ภายในเครื่องได้อย่างน่าสนใจ
ทำไม PS5 ถึงรัน AI ได้เร็วขนาดนี้?
เหตุผลสำคัญคือ PS5 มี GPU และหน่วยความจำแบบ Unified Memory ที่ใช้ร่วมกันระหว่าง CPU กับ GPU โดยตัวเครื่องมีหน่วยความจำ GDDR6 ขนาด 16 GB และแบนด์วิดท์ตามสเปกประมาณ 448 GB/s
เมื่อ PS5LM Plus สามารถเข้าถึง GPU ได้โดยตรง จึงนำพลังประมวลผลส่วนนี้มาใช้กับการสร้างข้อความของ AI ได้ แทนที่จะให้ CPU รับภาระเพียงอย่างเดียวเหมือนการทดลองในช่วงแรก
อีกเทคนิคหนึ่งคือ Quantization หรือการลดความละเอียดของค่าตัวเลขในโมเดล เพื่อให้ใช้หน่วยความจำน้อยลง โดยการทดสอบ Qwen รุ่นนี้ใช้การบีบอัดระดับประมาณ 2 บิตต่อพารามิเตอร์ ทำให้โมเดลมีขนาดเล็กพอที่จะทำงานบนหน่วยความจำที่มีอยู่ได้
อย่างไรก็ตาม การบีบอัดระดับสูงอาจส่งผลต่อความแม่นยำและคุณภาพของคำตอบ จึงไม่ควรดูเฉพาะความเร็วในการสร้างข้อความแล้วสรุปว่าให้ผลลัพธ์ดีเทียบเท่าโมเดลที่ไม่ถูกบีบอัด
ไม่ใช่แค่ Qwen 3.8 27B โมเดลขนาดเล็กก็ทำงานได้เร็วกว่านั้น
นอกจาก Qwen 3.8-27B แล้ว ผู้พัฒนายังเผยแพร่ผลทดสอบโมเดลอื่นที่มีขนาดเล็กกว่า โดย Llama 3.2 3B Instruct ทำความเร็วได้ประมาณ 124 โทเคนต่อวินาที ขณะที่ Gemma 4 E4B ทำได้ประมาณ 61 โทเคนต่อวินาที
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ความเร็วขึ้นอยู่กับขนาดโมเดล วิธีบีบอัด และการตั้งค่าการประมวลผล ไม่ใช่เพียงพลังของ GPU อย่างเดียว
จะใช้ PS5 เป็น AI ส่วนตัวได้อย่างไร?
PS5LM Plus มีหน้าเว็บสำหรับสนทนากับ AI และสามารถเปิดบริการ API ให้เครื่องอื่นในเครือข่ายเดียวกันเรียกใช้งานได้ จึงมีแนวทางนำไปใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ AI ภายในบ้านหรือใช้ทดลองพัฒนาแอปพลิเคชันที่ต้องเชื่อมต่อกับโมเดลภาษา โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลทุกอย่างไปยังผู้ให้บริการคลาวด์
แต่มีข้อจำกัดสำคัญ เพราะการติดตั้งต้องใช้ PS5 ที่ผ่านการเจาะระบบและเฟิร์มแวร์ที่รองรับ ไม่ใช่เครื่อง PS5 ทั่วไปที่ซื้อมาแล้วติดตั้งได้ทันที นอกจากนี้ การเจาะระบบอาจส่งผลต่อการรับประกันและการเข้าถึงบริการออนไลน์ของ Sony ได้
เครื่องเล่นเกมอาจมีศักยภาพมากกว่าที่คิด
การดัดแปลง PS5 ให้รัน Qwen3.8-27B เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการนำฮาร์ดแวร์สำหรับความบันเทิงมาใช้ประโยชน์ด้าน AI โดยอาศัยการเข้าถึง GPU และหน่วยความจำอย่างเต็มประสิทธิภาพ
แม้ตัวเลขความเร็วจะมาจากการทดสอบที่ผู้พัฒนาเผยแพร่ และยังต้องมีการทดสอบอิสระเพิ่มเติมเพื่อประเมินคุณภาพของโมเดล แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้จากโปรเจกต์นี้คือ เครื่องเล่นเกมที่มีฮาร์ดแวร์เหมาะสมสามารถนำมาทดลองรัน AI ในเครื่องได้จริง
การดัดแปลงเครื่องเล่นเกมเพื่อทำงานอื่น
การดัดแปลงเครื่องเล่นเกมให้ทำงานอย่างอื่นนอกเหนือจากการเล่นเกม ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในอดีตเครื่องคอนโซลหลายรุ่นเคยถูกนำไปประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ และนี่คือตัวอย่างจริงที่แสดงให้เห็นว่า เครื่องเล่นเกมเหล่านี้มีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนคิด
1. กองทัพอากาศสหรัฐฯ ใช้ PS3 สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ราคาประหยัด
ในปี 2010 ห้องปฏิบัติการวิจัยกองทัพอากาศสหรัฐฯ พัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชื่อ Condor Cluster ด้วยการเชื่อมต่อ PlayStation 3 จำนวน 1,760 เครื่องเข้าด้วยกัน พร้อมระบบเซิร์ฟเวอร์และ GPU เพื่อช่วยประมวลผลภาพและทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับภาพเรดาร์และการจดจำรูปแบบ
ระบบดังกล่าวมีสมรรถนะตามที่มีการรายงานไว้ประมาณ 500 เทราฟลอปส์ และมีต้นทุนราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจุดเด่นคือการนำเครื่องเกมที่ผลิตในปริมาณมากและมีต้นทุนต่อเครื่องค่อนข้างต่ำมาเชื่อมต่อเป็นระบบประมวลผลขนาดใหญ่ แทนการลงทุนกับฮาร์ดแวร์เฉพาะทางทั้งหมด
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเครื่องเกมไม่ได้มีคุณค่าเพียงการแสดงผลกราฟิกหรือเล่นเกมเท่านั้น แต่ชิปประมวลผลภายในยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานคำนวณที่จริงจังได้ หากออกแบบระบบและซอฟต์แวร์ให้เหมาะสม

2. PS3 ช่วยนักวิทยาศาสตร์วิจัยโรคร้ายผ่าน Folding@home
ในปี 2007 PlayStation 3 เข้ามามีบทบาทในโครงการ Folding@home ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเปิดให้เจ้าของเครื่องช่วยแบ่งปันพลังประมวลผลเพื่อจำลองการพับตัวของโปรตีน กระบวนการสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ทำความเข้าใจการทำงานของโปรตีนและกลไกที่เกี่ยวข้องกับโรคบางชนิด เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ และมะเร็งบางประเภท
แทนที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเพียงเครื่องเดียว โครงการนี้อาศัยคอมพิวเตอร์จากผู้เข้าร่วมจำนวนมากช่วยกันคำนวณงานย่อย เมื่อรวมพลังประมวลผลจากเครื่องจำนวนมากเข้าด้วยกัน ก็สามารถช่วยให้งานวิจัยดำเนินไปได้ในระดับที่ใหญ่ขึ้น
ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2008 มีรายงานว่าผู้ใช้ PS3 ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 1 ล้านราย นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเครื่องเล่นเกมในบ้านมาช่วยงานวิทยาศาสตร์ระดับโลก

3. PS2 กลายเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับงานวิจัย
ย้อนกลับไปในยุคที่ PlayStation 2 เป็นเครื่องเกมยอดนิยม นักวิจัยก็เคยนำฮาร์ดแวร์ของมันมาทดลองใช้เป็นคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดเช่นกัน
ในปี 2003 ศูนย์ National Center for Supercomputing Applications หรือ NCSA ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ นำ PS2 จำนวน 70 เครื่องมาเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย Ethernet และติดตั้ง Linux เพื่อทดลองสร้างคลัสเตอร์สำหรับการคำนวณทางวิทยาศาสตร์
แนวคิดคือให้แต่ละเครื่องรับผิดชอบการคำนวณส่วนหนึ่ง แล้วนำผลลัพธ์มารวมกัน วิธีนี้ช่วยให้นักวิจัยศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ฮาร์ดแวร์ราคาประหยัดกับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง แม้จะไม่ได้เหมาะกับงานทุกประเภทก็ตาม
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ Sony เคยจำหน่ายชุด Linux for PlayStation 2 อย่างเป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วยซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่ช่วยให้ PS2 ใช้งานในลักษณะคอมพิวเตอร์ได้จริง ไม่ใช่แค่การดัดแปลงจากฝีมือผู้ใช้เท่านั้น

4. Nintendo Wii ช่วยฝึกการทรงตัวและฟื้นฟูผู้ป่วย
เครื่องเล่นเกมไม่ได้มีประโยชน์แค่การคำนวณ เพราะอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและเซ็นเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมยังสามารถนำไปใช้ในงานด้านสุขภาพได้ด้วย
Nintendo Wii มีทั้งจอยควบคุมการเคลื่อนไหวและ Wii Balance Board ซึ่งใช้ตรวจจับการถ่ายน้ำหนักและการทรงตัว นักกายภาพบำบัดจึงนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมฝึกการทรงตัว การเดิน และการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยบางกลุ่ม รวมถึงผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและพาร์กินสัน
ข้อดีของการใช้เกมคือช่วยให้การฝึกฟื้นฟูมีลักษณะเป็นกิจกรรมที่ผู้ป่วยมีส่วนร่วมมากขึ้น แทนการทำแบบฝึกหัดซ้ำ ๆ อย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์แตกต่างกันตามอาการของผู้ป่วย โปรแกรมฝึก และวิธีการรักษา จึงควรใช้เป็นเครื่องมือเสริมภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ใช่ใช้แทนการรักษาทั้งหมด

5. Nintendo Wii ยังถูกนำไปทดลองใช้ฟื้นฟูผู้ป่วยแผลไฟไหม้
อีกหนึ่งกรณีที่น่าสนใจคือการนำเกม Nintendo Wii มาใช้เป็นกิจกรรมเสริมระหว่างการฟื้นฟูผู้ป่วยแผลไฟไหม้ โดยนักวิจัยศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เกมช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงประเมินผลที่อาจเกิดขึ้นกับความเจ็บปวด ความวิตกกังวล และช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ
แม้ผลการศึกษานำร่องยังไม่ได้ยืนยันประโยชน์ทางสถิติอย่างชัดเจน แต่ก็แสดงให้เห็นแนวทางการนำเทคโนโลยีเกมมาช่วยสร้างกิจกรรมระหว่างการฟื้นฟู ซึ่งอาจทำให้การฝึกบางรูปแบบเข้าถึงง่ายและน่าสนใจขึ้น

6. Xbox Kinect เปลี่ยนกล้องเกมเป็นเครื่องมือกายภาพบำบัดระยะไกล
Xbox Kinect เป็นอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ช่วยให้ผู้เล่นควบคุมเกมด้วยท่าทางร่างกายโดยไม่จำเป็นต้องถือจอย แต่เทคโนโลยีนี้ยังถูกนำไปทดลองใช้ในงานด้านสุขภาพด้วย
เนื่องจาก Kinect สามารถตรวจจับตำแหน่งและท่าทางของร่างกายได้ นักวิจัยจึงนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ติดตามการเคลื่อนไหว ประเมินการทำแบบฝึกหัด และศึกษาการฟื้นฟูผู้ป่วยผ่านระบบทางไกลได้ในบางกรณี
แนวคิดนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบกายภาพบำบัดที่ผู้ป่วยสามารถฝึกจากที่บ้าน แล้วส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินได้ โดยยังต้องคำนึงถึงความแม่นยำของเซ็นเซอร์ สภาพแวดล้อมในการใช้งาน และข้อจำกัดในการประเมินอาการที่ซับซ้อน

7. Xbox Kinect ยังช่วยสำรวจเมืองโบราณแบบ 3 มิติ
นอกเหนือจากวงการแพทย์ Kinect ยังถูกนำไปใช้กับงานโบราณคดีและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สามมิติ โดยมีงานทดลองที่ใช้ท่าทางมือเพื่อควบคุมการสำรวจสภาพแวดล้อมเสมือนจริงของเมืองโบราณโคปันในประเทศฮอนดูรัส

ผู้ใช้สามารถเคลื่อนที่ไปในพื้นที่จำลองและเรียกดูข้อมูลทางโบราณคดีได้โดยไม่ต้องใช้ตัวควบคุมแบบดั้งเดิม แสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเล่นเกมสามารถต่อยอดเป็นอินเทอร์เฟซสำหรับการเรียนรู้และการสำรวจข้อมูลทางประวัติศาสตร์ได้เช่นกัน

จากเครื่องเล่นเกมสู่เครื่องมือสารพัดประโยชน์
จะเห็นว่าเครื่องเกมคอนโซลถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่คลัสเตอร์คอมพิวเตอร์สำหรับงานวิจัย การแบ่งปันพลังประมวลผลเพื่อศึกษากลไกของโรค ไปจนถึงอุปกรณ์ช่วยฝึกการเคลื่อนไหวและสำรวจเมืองโบราณในโลกสามมิติ
กรณี PS5LM Plus จึงเป็นอีกตัวอย่างของแนวคิดเดียวกัน แต่เปลี่ยนจากการนำเครื่องเกมมาช่วยงานคำนวณแบบเดิม มาเป็นการทดลองใช้ GPU และหน่วยความจำของเครื่องเพื่อรันโมเดล AI สมัยใหม่โดยตรง
อย่างไรก็ตาม แต่ละกรณีมีข้อจำกัดต่างกัน บางโครงการเป็นการใช้งานจริงในระดับองค์กร บางกรณีเป็นงานวิจัยหรือการทดลอง และบางกรณีต้องดัดแปลงเครื่องก่อนใช้งาน จึงไม่ควรสรุปว่าเครื่องเกมทุกเครื่องสามารถทำงานเหล่านี้ได้ทันที
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่แค่การนำ PS5 มารัน AI ได้เร็วแค่ไหน แต่คือการที่ฮาร์ดแวร์ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อความบันเทิงสามารถถูกนำมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีด้านอื่นได้ เมื่อมีคนมองเห็นศักยภาพและพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ดึงความสามารถของเครื่องออกมาใช้ได้อย่างเหมาะสม
อ้างอิง tomshardware.com afmc.af.mil sonyinteractive.com ncsa.illinois.edu games.jmir.org journals.ukzn.ac.za pubmed.ncbi.nlm.nih.gov digitalcommons.unl.edu cover iT24Hrs
และข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
เดฟแฮก PS5 เพื่อรัน AI โมเดล Qwen 27B เร็วกว่าใช้คอมซะอีก
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 080234502




