บริษัท ซีเคียวริตี้ พิทช์ (Security Pitch) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ได้ลงนามความร่วมมือครั้งใหม่ ต่อยอดจากการลงนามเป็นพันธมิตรพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบบูรณาการเสริมความเชื่อมั่นดิจิทัลระดับชาติก่อนหน้านี้ สู่โครงการเชิงพาณิชย์ที่เป็นรูปธรรม เปิดตัว PATTAYA SMART POLE Network by OneForce เครือข่ายสื่อดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะบนเสา Smart Pole 5G Smart City ในเมืองพัทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G, ระบบ IoT, สื่อโฆษณาดิจิทัล (Digital Signage) และระบบความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) ในการยกระดับเมืองพัทยาสู่เมืองอัจฉริยะระดับโลก พร้อมขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงนักท่องเที่ยวไทย ต่างชาติ คนในพื้นที่พัทยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวัดผลได้ด้วยเทคโนโลยีของ ซีเคียวริตี้ พิทช์
พิธีลงนามความร่วมมือนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานบริการลูกค้า NT ศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยภายในงานมี คุณปิยะ รัชตวรคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้า ภาคตะวันออก บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และ คุณปกรณ์ ทองจีน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเคียวริตี้ พิทช์ จำกัด เข้าร่วมลงนามพร้อมพยานทั้งสองฝ่าย ในสัญญาการใช้เสาและอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเสา Smart Pole 5G Smart City เมืองพัทยา เพื่อดำเนินโครงการเมืองอัจฉริยะและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากเสาและอุปกรณ์ Smart Pole 5G Smart City ของ NT ในพื้นที่เมืองพัทยา เช่น การให้บริการสื่อประชาสัมพันธ์ สื่อโฆษณาดิจิทัล (Digital Signage) ระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระบบ IoT และระบบความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการสนับสนุนแพลตฟอร์มระบบวิเคราะห์ข้อมูลป้ายทะเบียนยานพาหนะ (AI LPR) และการจัดสรรเวลาออกอากาศเพื่อใช้แจ้งข่าวสารสาธารณะหรือประกาศฉุกเฉินให้แก่เมืองพัทยาเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน
การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความคืบหน้าที่ต่อยอดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ บริษัท ซีเคียวริตี้ พิทช์ จำกัด (Security Pitch) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งได้ลงนามเป็นพันธมิตรพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบบูรณาการ เสริมความเชื่อมั่นดิจิทัลระดับชาติ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และยกระดับความปลอดภัยของเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ
เมืองพัทยา ซึ่งเป็นทั้งเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ จึงเป็นพื้นที่นำร่องในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว ผ่านการพัฒนาและต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลบนเครือข่าย Pattaya Smart Pole ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นสื่อดิจิทัลกลางเมืองและโครงสร้างพื้นฐานรองรับบริการ Smart City โดยโครงการนี้ถือเป็นรูปธรรมแรกที่สะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือระหว่าง NT และ Security Pitch ได้ต่อยอดสู่การให้บริการจริงในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวแล้ว
คุณปกรณ์ ทองจีน Co-Founder & CEO บริษัท ซีเคียวริตี้ พิทช์ จำกัด (Security Pitch) กล่าวว่า “โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้รับความร่วมมือจาก NT เพราะนี่คือหนึ่งในโครงการ Flagship ของประเทศ พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนกว่า 18 ล้านคนต่อปี การยกระดับให้พัทยาเป็น Smart City จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นอกจากนี้ Pattaya Smart Pole จะไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะ แต่ยังเป็นสื่อดิจิทัลสำหรับการประชาสัมพันธ์และสร้าง Brand Awareness ที่เปิดโอกาสให้ทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ระดับโลกเข้ามาใช้ประโยชน์ได้
ในอนาคต ระบบจะนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลและการเคลื่อนไหวของประชากรและนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้บริหารเมืองสามารถกำหนดนโยบายและบริหารจัดการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-driven City Management) และนี่จะเป็นจุดหนึ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย เข้าสู่พัทยา และทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของพัทยาเพิ่มขึ้น มั่นใจว่าเป็น Landmark ใหม่ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้อยากจะมาใช้บริการ Smart Pole ของพัทยา”
ด้าน คุณปิยะ รัชตวรคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้าภาคตะวันออก บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง NT และ Security Pitch ในโครงการ Pattaya Smart Pole จะช่วยยกระดับเมืองพัทยาสู่ Smart City ที่ปลอดภัย น่าอยู่ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน นักท่องเที่ยว และประชาชน ด้วยการผสานศักยภาพและประสบการณ์ของทั้งสององค์กรในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของเมือง”
PATTAYA SMART POLE Network by OneForce คืออะไร และพื้นที่ติดตั้ง
PATTAYA SMART POLE Network by OneForce คือเครือข่ายเสาอัจฉริยะ หรือ Smart Pole ภายใต้โครงการ Pattaya 5G Smart City ที่นำเสาและอุปกรณ์ของ NT ในพื้นที่เมืองพัทยาและเกาะล้านมาต่อยอดใช้งานเชิงพาณิชย์และบริการเมืองอัจฉริยะ โดย Security Pitch ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้าน Smart City และ ด้านความปลอดภัยของประเทศไทย ได้เข้ามาบริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์ม OneForce และ OneFence เพื่อให้เสาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเสาติดจอโฆษณา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของเมือง ที่สามารถรองรับได้ทั้งสื่อประชาสัมพันธ์ สื่อโฆษณาดิจิทัลอัจฉริยะ ระบบ IoT และระบบความปลอดภัยสาธารณะอัจฉริยะในอนาคต
เนื่องจากพัทยาเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของไทย และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักของจังหวัดชลบุรี โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาหลายล้านคนต่อปี จึงได้ติดตั้งเสา Pattaya Smart Pole จำนวน 90 ต้น ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเมืองพัทยาแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Pattaya Central & City ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจและความบันเทิง, Beachfront & Promenades เช่น หาดพัทยา หาดจอมเทียน และแนวชายหาดสำคัญ รวมถึง Tourism Hubs อย่างท่าเรือบาลีฮายและจุดเดินทางหลักสู่เกาะล้าน
PATTAYA SMART POLE Network by OneForce จึงเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางการสื่อสารสูงมาก เพราะโฆษณานี้จะอยู่ในบริบทจริงของเมืองท่องเที่ยว ที่มีผู้คนหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นหน้าหาด จุดเดินทาง แหล่งช้อปปิ้ง โซนธุรกิจ หรือพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวกำลังตัดสินใจใช้จ่าย ให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ทั้งในระดับ Local และ International ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปิด 4 จุดเด่นเชิงยุทธศาสตร์ “PATTAYA SMART POLE Network”
สำหรับจุดเด่นและการทำงานของ Pattaya Smart Pole ประกอบด้วย 4 แกนหลักสำคัญ ได้แก่
- พลิกโฉมสื่อ OOH ด้วย AI วิเคราะห์แม่นยำ (AI-Driven OOH Advertising): ในเฟสแรกจะมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ผ่านสื่อโฆษณานอกบ้าน โดยใช้เทคโนโลยี AI ร่วมกับกล้องบนเสาอัจฉริยะเพื่อวัดผลยอดการมองเห็น (Eyeballs) ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ริมหาดพัทยา แหลมบาลีฮาย และเกาะล้าน ช่วยให้แบรนด์สามารถติดตาม ประเมินผล และวางแผนแคมเปญได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าสื่อป้ายแบบเดิม
- ยกระดับสู่โครงข่ายความปลอดภัยสาธารณะไร้สาย (Wireless Public Safety Network): ในระยะต่อไป เสา Smart Pole จะถูกพัฒนาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับ “โครงข่ายด้านความปลอดภัยแบบไร้สาย” ทั่วเมืองพัทยา โดยจะบูรณาการร่วมกับระบบวิเคราะห์ป้ายทะเบียนยานพาหนะอัจฉริยะ (AI LPR) เพื่อยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety)
- ศูนย์กลางเชื่อมต่อ IoT Gateway ครอบคลุมระดับกิโลเมตร: ตัวเสาจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างกายภาพ (Physical Infrastructure) ในการติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณความเร็วสูง ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมพื้นที่ในรัศมีระดับกิโลเมตร เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT และโซลูชันแห่งอนาคต อาทิ ระบบรักษาความปลอดภัยในที่พักอาศัย (Intrusion Home Security) และระบบติดตามทรัพย์สิน (Asset Tracking)
- บริหารจัดการเบ็ดเสร็จด้วยแพลตฟอร์ม OneForce และ OneFence: ซีเคียวริตี้ พิทช์ ได้นำแพลตฟอร์มอัจฉริยะ OneForce และ OneFence เข้ามาเป็นแกนหลักในการควบคุมระบบ AI และบริหารจัดการโครงข่ายเสา Smart Pole ทั้งหมด เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของพัทยาอย่างเต็มรูปแบบ
Pattaya Smart Pole จึงมิใช่เพียงเครือข่ายจอโฆษณาดิจิทัลอัจฉริยะ แต่เป็นก้าวแรกของการวางโครงสร้างพื้นฐาน (Gateway) ที่มีระบบ AI และแพลตฟอร์มอัจฉริยะอยู่เบื้องหลัง เพื่อเตรียมพร้อมยกระดับเมืองพัทยาไปสู่การเป็น Smart City เมืองอัจฉริยะ ที่มีความปลอดภัยระดับสูงและรองรับเทคโนโลยี IoT แบบไร้สายในอนาคต
ทั้งนี้ ในระยะต่อไป Security Pitch ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยชั้นนำของประเทศไทย และพันธมิตรมีแผนต่อยอด PATTAYA SMART POLE Network by OneForce ให้เป็นมากกว่าเครือข่ายจอโฆษณาดิจิทัล โดยวางเป้าหมายให้ Pattaya Smart Pole สามารถรองรับฟีเจอร์เมืองอัจฉริยะได้มากขึ้น เช่น ยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยสาธารณะของเมืองด้วยเทคโนโลยี LoRaWAN เพื่อใช้ในการช่วยติดตามตำแหน่งของเรือและรถโดยรอบชายหาดพัทยาไปจนถึงเกาะล้าน ทำให้ทราบพิกัดของยานพาหนะทุกคันอย่างแม่นยำ หากมีเรือลำไหนขาดการติดต่อหรือเกิดเหตุขัดข้อง ก็พร้อมส่งความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันและตรงจุด หรือช่วยให้มีข้อมูลยานพาหนะบนถนนในการจัดงานเทศกาลต่างๆ มาใช้ในการช่วยบริหารจัดการเมืองได้
นอกจากนี้ยังมีแผนจะเพิ่ม Electric Motorcycle Charging Dock ให้สามารถชาร์จรถมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าได้จาก Pattaya Smart Pole เพื่อผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในเมืองพัทยา, ระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินจะรองรับหลายภาษามากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, มีการแชร์สัญญาณ Wi-Fi สาธารณะที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ Smart Pole กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงเมือง แบรนด์ นักท่องเที่ยว และข้อมูลเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ คุณปกรณ์ ทองจีน ยังได้กล่าวเสริมว่า “Security Pitch และ NT มีความตั้งใจที่จะผลักดันโครงการ Flagship นี้ให้กลายเป็น Landmark ใหม่ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยและชาวพัทยา พร้อมสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับ Smart Pole ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต”
สำหรับผู้ประกอบการ แบรนด์ หรือเอเจนซี่โฆษณาที่สนใจใช้ประโยชน์จากพื้นที่สื่อบนเครือข่าย PATTAYA SMART POLE Network by OneForce สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oneforce.ai/pattaya-smart-pole หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่อีเมล [email protected], Line Official: @securitypitch หรือโทรศัพท์ 097-8459999 / 02-1036462
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Highlights)
พันธมิตรความร่วมมือ: เป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่าง NT (ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเสา 5G) และ Security Pitch (ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI, OneForce และ OneFence) สู่โครงการเชิงพาณิชย์และบริการเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม
พื้นที่ยุทธศาสตร์ PATTAYA SMART POLE Network: ติดตั้งเสาอัจฉริยะ “PATTAYA SMART POLE” จำนวนรวม 90 ต้น ครอบคลุม 3 โซนหลักในเมืองพัทยาและเกาะล้าน ได้แก่ โซนธุรกิจและความบันเทิง (Pattaya Central & City), โซนแนวชายหาด (Beachfront & Promenades) และโซนเชื่อมต่อการเดินทาง (Tourism Hubs)
เทคโนโลยีขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ: รองรับ 4 แกนหลัก ได้แก่ สื่อโฆษณานอกบ้านที่ใช้ AI วัดผลยอดการมองเห็น (AI-Driven OOH), โครงข่ายความปลอดภัยสาธารณะไร้สายร่วมกับระบบวิเคราะห์ป้ายทะเบียน (AI LPR), ศูนย์กลางเชื่อมต่อ IoT Gateway รัศมีระดับกิโลเมตร และบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ผ่านแพลตฟอร์ม OneForce และ OneFence
ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มไทยระดับสากล: บริหารจัดการและ Operate ระบบทั้งหมดแบบเต็มรูปแบบผ่านระบบหัวใจหลักอย่าง แพลตฟอร์ม OneForce และ OneFence ของ Security Pitch
แผนพัฒนาในอนาคต (Roadmap): เตรียมต่อยอดสู่ระบบติดตามตำแหน่งเรือและรถโดยสารด้วยเทคโนโลยี LoRaWAN, จุดชาร์จรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle Charging Dock), ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินหลากภาษาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และบริการ Wi-Fi สาธารณะ
