9 อันดับบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) ที่ไม่ได้วัดกันที่กระแสหรือการลงทุน แต่ดูกันที่ยอดขายและการส่งมอบหุ่นยนต์ให้ลูกค้า ในช่วงปี 2025–2026
อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robotics) ในช่วงปี 2025 ได้ก้าวข้ามผ่านช่วงแห่งการสร้างกระแสไปสู่ยุคของการวัดผลด้วย “ยอดการส่งมอบผลิตภัณฑ์” ข้อมูลล่าสุดจากรายงาน “General-Purpose Embodied Intelligent Robot 2026” โดย Omdia ซึ่งได้รับการเผยแพร่ผ่าน Forbes ระบุว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมามีการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 13,317 ตัว แม้จะเป็นตัวเลขที่ดูไม่สูงนักเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น แต่ถือเป็นก้าวกระโดดเชิงกลยุทธ์ที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI และฮาร์ดแวร์ได้พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและบริการแล้ว
กลุ่มบริษัทผู้พัฒนาเกิดใหม่
จำนวนการส่งมอบ: ประมาณ 1,350 ยูนิต (ส่วนแบ่งตลาด 10%)
ก่อนจะนำเสนอข้อมูลในลำดับที่ 9 มีความจำเป็นต้องกล่าวถึงกลุ่มผู้พัฒนาที่มีศักยภาพสูงซึ่งยังไม่ได้ถูกจัดลำดับเป็นรายบริษัท แต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม โดยกลุ่มนี้มียอดการส่งมอบผลิตภัณฑ์รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 1,350 ยูนิต หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดที่ ร้อยละ 10 กลุ่มผู้พัฒนาดังกล่าวประกอบด้วยบริษัทชั้นนำ อาทิ Apptronik, Sanctuary AI และ 1X Technologies ซึ่งมุ่งเน้นการเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะทาง (Niche Market) แม้ปริมาณการส่งมอบรายบริษัทจะยังไม่อยู่ในระดับสูง แต่กลุ่มนี้ถือเป็นตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและพลวัตของระบบนิเวศหุ่นยนต์ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยมีทิศทางการดำเนินงานที่เน้นการทดสอบระบบปฏิบัติการร่วมกับภาคธุรกิจระดับองค์กรภายใต้โครงการนำร่อง (Pilot Projects) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การใช้งานจริงในวงกว้างต่อไป
อันดับที่ 9: Tesla
จำนวนการส่งมอบ: 150 ยูนิต
Tesla คือหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองมากที่สุดในสนามหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เพราะแม้จะเริ่มช้ากว่าบางราย แต่ถูกมองว่ามีศักยภาพเปลี่ยนเกมได้มากที่สุดผ่านโครงการ Optimus หรือ Tesla Bot ที่ตั้งเป้าสร้างหุ่นยนต์แรงงานอเนกประสงค์สำหรับโรงงาน โลจิสติกส์ และในระยะยาวอาจขยายสู่การใช้งานในบ้าน จุดแข็งของ Tesla ไม่ได้อยู่แค่ตัวหุ่นยนต์ แต่คือการผสานสามสิ่งที่คู่แข่งมีครบยาก ได้แก่ AI ระดับสูงจากระบบ Autonomous driving ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตจำนวนมาก และโครงสร้างคอมพิวต์ขนาดมหาศาลสำหรับฝึก Physical AI ซึ่งทำให้ Optimus ถูกมองไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ แต่เป็นแพลตฟอร์ม Embodied intelligence ที่เรียนรู้และทำงานในโลกจริงได้ บริษัทพัฒนา Optimus จากต้นแบบสู่การใช้งานภายในโรงงาน Tesla แล้ว และกำลังเร่งสเกลการผลิตอย่างจริงจัง โดย Elon Musk ถึงกับมองว่า Optimus อาจมีมูลค่ามากกว่าธุรกิจรถยนต์ของ Tesla ในอนาคต
อันดับที่ 8: Agility Robotics
จำนวนการส่งมอบ: 150 ยูนิต
Agility Robotics มักถูกยกให้เป็นบริษัทที่พาหุ่นยนต์ Humanoid ก้าวออกจากห้องแล็บเข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์จริง บริษัทก่อตั้งจากงานวิจัยของ Oregon State University และพัฒนาต่อยอดจากหุ่นยนต์สองขา Cassie มาสู่ Digit หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานในคลังสินค้าและโลจิสติกส์โดยเฉพาะ จุดเด่นของ Agility คือไม่ได้มุ่งสร้างหุ่นยนต์อเนกประสงค์แบบเลียนมนุษย์ทุกด้าน แต่เลือกโฟกัสการแก้ปัญหาแรงงานในงานซ้ำๆ เช่น ขนย้ายกล่อง คัดแยกสินค้า และขนส่งวัสดุ ซึ่งทำให้ Digit กลายเป็นหนึ่งใน humanoid ไม่กี่รุ่นที่ถูกนำไปใช้งานจริงกับลูกค้าอย่าง Amazon, GXO และภาคอุตสาหกรรมอื่นแล้ว ความสำคัญของ Agility ยังอยู่ที่การผลักดันแนวคิด “Humanoid for real work” หรือหุ่นยนต์ที่สร้างมาเพื่อทำงานจริงมากกว่าสาธิตเทคโนโลยี พร้อมการเปิดโรงงาน RoboFab เพื่อรองรับการผลิตจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทกำลังมองไปไกลกว่าหุ่นยนต์ต้นแบบสู่การ scale ระดับอุตสาหกรรม
อันดับที่ 7: Figure AI
จำนวนการส่งมอบ: 150 ยูนิต
Figure AI คือหนึ่งในบริษัทฮิวแมนนอยด์ที่มีวิสัยทัศน์สร้าง “แรงงานกลอัจฉริยะอเนกประสงค์” ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ในโรงงาน โลจิสติกส์ และในอนาคตอาจรวมถึงงานภายในบ้าน โดยบริษัทก่อตั้งในปี 2022 แต่เติบโตอย่างรวดเร็วผ่านหุ่นยนต์ตระกูล Figure 01 และ Figure 02 ที่โดดเด่นด้านความคล่องตัว การหยิบจับวัตถุ และการผสาน AI เข้ากับการควบคุมร่างกายแบบ end-to-end จุดแข็งสำคัญของ Figure คือแนวคิด Embodied AI ที่มองว่าปัญหาหุ่นยนต์ไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างโมเดล AI ที่ “คิดและลงมือทำ” ได้ในโลกจริง จึงมีการพัฒนาโมเดลของตัวเองอย่าง Helix และลงทุนในโรงงาน BotQ เพื่อปูทางสู่การผลิตหุ่นยนต์จำนวนมากในอนาคต ความน่าสนใจของ Figure ยังมาจากการได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนระดับยักษ์ การทดสอบใช้งานร่วมกับ BMW และเป้าหมายระยะยาวในการผลิต humanoid ระดับอุตสาหกรรม
อันดับที่ 6: Fourier Intelligence
จำนวนการส่งมอบ: 300 ยูนิต
Fourier Intelligence โดดเด่นด้วยเส้นทางการพัฒนาซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น เพราะเริ่มต้นจากบริษัทหุ่นยนต์ฟื้นฟูทางการแพทย์ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Biomechanics, Actuators และ Human-robot interaction มาสู่การสร้าง Humanoid robot อย่าง GR-1 และ GR-2 ทำให้หุ่นยนต์ของบริษัทมีจุดแข็งด้านการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ความปลอดภัยในการทำงานร่วมกับมนุษย์ และศักยภาพในการใช้งานทั้งในโรงงาน งานบริการ ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ บริษัทยังผลักดัน open ecosystem ผ่านโครงการอย่าง Fourier N1 และฐานข้อมูลสำหรับฝึกหุ่นยนต์ เพื่อเร่งการพัฒนาระบบนิเวศของ Physical AI
อันดับที่ 5: Engine AI
จำนวนการส่งมอบ: 400 ยูนิต
EngineAI ก่อตั้งในปี 2023 แต่เติบโตเร็วอย่างมากจากการพัฒนาหุ่นยนต์อย่าง SE01 และ PM01 ที่โดดเด่นด้านการเคลื่อนไหวแบบเลียนมนุษย์ จนสร้างกระแสจากคลิปสาธิตการเดิน วิ่ง และแม้แต่การตีลังกาหน้า ซึ่งสะท้อนความสามารถด้าน Locomotion ที่เป็นหัวใจสำคัญของ humanoid ยุคใหม่ จุดเด่นของ EngineAI ไม่ได้อยู่แค่ฮาร์ดแวร์ แต่คือแนวคิดพัฒนา “Embodied AI” ที่ผสานหุ่นยนต์เข้ากับ AI model และการฝึกผ่าน Simulation เพื่อให้หุ่นยนต์เรียนรู้จากโลกจริงได้ดีขึ้น บริษัทถูกมองเป็นผู้เล่นสำคัญในคลื่นใหม่ของ Physical AI เพราะพยายามทำทั้งหุ่นยนต์เชิงอุตสาหกรรมและแพลตฟอร์มเปิดสำหรับนักพัฒนาไปพร้อมกัน
อันดับที่ 4: Leju Robotics
จำนวนการส่งมอบ: 500 ยูนิต
Leju Robotics ก่อตั้งในปี 2016 และเป็นที่รู้จักจากหุ่นยนต์ตระกูล KUAVO ซึ่งถูกออกแบบให้รองรับทั้งงานวิจัย การผลิต และงานบริการ จุดเด่นของ Leju อยู่ที่ความเชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวสองขา ระบบ Self-balancing และการพัฒนา Open humanoid platform ที่เปิดให้นักวิจัยและภาคอุตสาหกรรมนำไปต่อยอดใช้งานได้จริง อีกทั้งยังร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Huawei ในการผสาน Embodied AI model เข้ากับหุ่นยนต์เพื่อเร่งการใช้งานในโลกจริง สิ่งที่ทำให้ Leju น่าสนใจยิ่งขึ้นคือแนวทางเน้น “Industrialization of humanoid robots” หรือการผลักดันหุ่นยนต์ออกจากแล็บไปสู่การผลิตจำนวนมาก โดยมีการพัฒนา Data training center ขนาดใหญ่สำหรับฝึกหุ่นยนต์ รวมถึงการขยายการใช้งานในโรงงานและโลจิสติกส์ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่า Leju ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตหุ่นยนต์ แต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศ humanoid ทั้งหมด
อันดับที่ 3: UBTECH
จำนวนการส่งมอบ: 1,000 ยูนิต
UBTECH มีจุดแข็งสำคัญคือการพัฒนาครบทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ AI และระบบแอคชูเอเตอร์ของตัวเอง ทำให้ถูกจัดเป็นบริษัทที่มี “Full-stack humanoid robotics” อย่างแท้จริง บริษัทก่อตั้งในปี 2012 และเป็นที่รู้จักจากหุ่นยนต์ตระกูล Walker โดยเฉพาะ Walker S และ Walker S2 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และสายการผลิตจริง ไม่ใช่เพียงหุ่นยนต์สาธิต จุดเด่นของ UBTECH อยู่ที่การผลักดันแนวคิด Industrial humanoid อย่างจริงจัง มีความร่วมมือกับผู้ผลิตยานยนต์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายราย รวมถึงการขยายไปสู่ภาคการบินผ่านความร่วมมือกับ Airbus ขณะที่บริษัทตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ระดับหมื่นยูนิต ซึ่งสะท้อนความพยายามผลักดัน humanoid จากต้นแบบสู่ Mass production
อันดับที่ 2: Unitree Robotics
จำนวนการส่งมอบ: 4,200 ยูนิต (หมายเหตุ: ข้อมูลบริษัทอ้างว่าอาจสูงถึง 5,500 ยูนิต)
Unitree Robotics มีจุดเด่นที่ความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์เคลื่อนที่และการควบคุมมอเตอร์ที่สั่งสมมาจากความสำเร็จของหุ่นยนต์สี่ขา ก่อนต่อยอดสู่ humanoid อย่าง H1, G1 และรุ่นใหม่อย่าง R1 ซึ่งสร้างชื่อจากความคล่องตัว การเดิน วิ่ง กระโดด และการเคลื่อนไหวระดับสูงที่หลายฝ่ายมองว่าก้าวหน้าที่สุดในตลาด บริษัทโดดเด่นไม่เพียงด้านเทคโนโลยี แต่ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่เริ่ม scale การผลิตจริง โดยมีรายงานว่าส่งมอบ humanoid หลายพันยูนิตและถือส่วนแบ่งตลาดโลกสูงสุดในปัจจุบัน จุดแข็งสำคัญของ Unitree คือแนวคิดทำหุ่นยนต์ประสิทธิภาพสูงในต้นทุนที่เข้าถึงได้ โดยหุ่นยนต์รุ่น G1 เปิดตัวในราคาเพียง $16,000 (ประมาณ 5.7 แสนบาท) ส่งผลให้บริษัทสามารถทำยอดขายถล่มทลายในกลุ่มผู้พัฒนา นักวิจัย และบุคคลทั่วไปทั่วโลก
ขณะที่การพัฒนา Embodied AI ควบคู่กับฮาร์ดแวร์ ทำให้หุ่นยนต์ของบริษัทไม่ได้เน้นเพียงโชว์ความสามารถ แต่กำลังมุ่งสู่การใช้งานจริงในโรงงาน งานบริการ และแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา ด้วยการผสานต้นทุนต่ำ ความสามารถสูง และการผลิตจำนวนมาก Unitree Robotics จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีโอกาสผลักดันยุค Physical AI ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดในระดับอุตสาหกรรมโลก.
อันดับที่ 1: AgiBot
จำนวนการส่งมอบ: 5,168 ยูนิต (ส่วนแบ่งตลาด 39%)
AgiBot หรือ Zhiyuan Robotics ก่อตั้งในปี 2023 แต่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากแนวคิด “Embodiment + AI” ที่ผสานหุ่นยนต์เข้ากับโมเดลปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างแรงงานกลอัจฉริยะอเนกประสงค์ โดยหุ่นยนต์ตระกูล Yuanzheng และ Lingxi ถูกออกแบบให้รองรับทั้งงานโรงงาน โลจิสติกส์ งานบริการ ไปจนถึงการเก็บข้อมูลเพื่อฝึก Physical AI จุดแข็งสำคัญของ AgiBot คือการเดินเกมแบบ full-stack ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การฝึกโมเดล ไปจนถึงการผลิตจำนวนมาก ทำให้บริษัทถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำของโลกด้าน humanoid shipments ความน่าสนใจอีกด้านคือ AgiBot ไม่ได้แข่งแค่สร้างหุ่นยนต์เก่งขึ้น แต่พยายามสร้าง Ecosystem ของ Embodied intelligence ทั้งระบบ พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตจนแตะหลักหลายพันถึงหมื่นยูนิต
AgiBot ครองอันดับที่ 1 โดยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้เกือบ 40% ของทั้งโลก ด้วยการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเหนือชั้นและการพัฒนาหุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการอย่างรวดเร็ว ทำให้มียอดการส่งมอบจริงเฉลี่ยถึงเกือบ 2,000 ตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025
จีนครองตลาดหุ่นยนต์ Humanoid
จากรายงานจะสะท้อนให้เห็นถึงความล้ำหน้าของจีนในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลกอย่างเบ็ดเสร็จ โดยบริษัทสัญชาติจีนสามารถครองตำแหน่งในรายชื่อผู้ผลิตที่มีปริมาณการส่งมอบสูงสุด 6 อันดับแรก และครองส่วนแบ่งการตลาดรวมกันเกือบ ร้อยละ 90 ของปริมาณการส่งมอบทั่วโลก ความสำเร็จนี้ไม่ได้เป็นเพียงผลจากการพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ แต่เกิดจากความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ผลักดันให้เกิดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ส่งผลให้บริษัทอย่าง AgiBot และ Unitree สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์จริงได้รวมกันมากกว่า 10,000 ยูนิตภายในปีเดียว ซึ่งถือเป็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้พัฒนาในซีกโลกตะวันตกที่มุ่งเน้นการวิจัยชั้นสูงและการทดสอบระบบนำร่อง (Pilot Deployment) ในวงจำกัด ยุทธศาสตร์การ “ผลิตจริงเพื่อเก็บข้อมูลจริง” ของจีนนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความได้เปรียบทางการค้า แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการเร่งพัฒนา AI ผ่านข้อมูลมหาศาลจากการใช้งานจริง (Real-world Data) ซึ่งจะกลายเป็นกำแพงภาษีทางเทคโนโลยีที่สำคัญในอนาคต
สรุป 9 อันดับบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
ตัวเลขการส่งมอบทั้งหมดนี้เป็นเพียง “รอยเท้าแรก” ของมนุษยชาติในยุคสมัยใหม่ เมื่อหุ่นยนต์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ที่สวยงามบนเวทีอีกต่อไป แต่คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของแรงงานในศตวรรษที่ 21 การติดตามความเป็นไปของทั้ง 10 บริษัทนี้ จึงไม่ใช่แค่การติดตามเทคโนโลยี แต่เป็นการจับตาดูโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไป
อ้างอิง forbes.com และ cover agibot.com
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
9 อันดับบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่ส่งมอบได้จริง
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
