
จากกิจกรรมต่อเนื่องในงานเปิดโลกไอทีพลิกสู่ชีวิตที่ดีกว่าครั้งที่ 2 Gear Up to 4G รายการไอที 24 ชั่วโมงก็ได้พาผู้โชคดี ร่วมเดินทางลัดฟ้าไปศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยหนึ่งในสถานที่เราได้ไปศึกษาดูงานกันนั้นก็คือ Studio Gale บริษัทที่ผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่นของเกาหลี เรื่องเจ้าเพนกวินน้อย Pororo
Pororo เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการผจญภัยของเพนกวินน้อยและผองเพื่อนซึ่งอาศัยอยู่ในป่าหิมะ และมักจะต้องเผชิญกับความท้าทาย บทเรียนต่างๆ ที่สอดแทรกข้อคิดสำหรับเด็กๆ ซึ่งการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่องนี้โด่งดังอย่างมากในเกาหลีใต้ เด็กๆทุกคนในเกาหลีไม่มีใครไม่รู้จัก Pororo ซึ่งในเวลานี้ไม่เพียงแต่ในเกาหลีเท่านั้น การ์ตูนเรื่องนี้ยังโด่งดังไปทั่วโลกจนถูกนำไปออกฉายแล้วใน 120 ประเทศรวมทั้งในประเทศไทยด้วย ซึ่งความโด่งดังของการ์ตูนเรื่องนี้ยังส่งผลต่อยอดทำให้ Character ของ Pororo ถูกนำมาใช้ประกอบกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งของเล่น ของใช้ ตุ๊กตา หนังสือเรียน อีกทั้งยังมีสวนสนุก Pororo Park อีกด้วย โดยผู้ที่ให้กำเนิด Pororo คือ บริษัท ICONIX Entertainment บริษัท Ocon และ Studio Gale รวมทั้งผู้ร่วมลงทุนอย่าง SK Broadband ซึ่งช่อง EBS ได้นำ Pororo ออกฉายในปี 2003
Studio Gale ส่วนหนึ่งของผู้ที่ผลิต Pororo ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2008 โดยเป็น studio ด้านการผลิตการ์ตูนอนิเมชั่น 3 มิติ ประธานใหญ่ของ Studio Gale คือ CHANG HWAN SHIN ในปัจจุบันที่นี่มีพนักงานจำนวน 80 คน โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงโซลและบูซาน บทบาทของบริษัทนี้คือวางแผนงานผลิตการ์ตูนอนิเมชั่น โปรโมทภาพยนตร์ และผลิตด้าน Mobile content ด้วย การ์ตูนที่มีชื่อเสียงที่ Studio Gale ผลิตอยู่คือ
เพนกวิ้นน้อย Pororo (Season ที่ 3 , 4 , 5)
- วางแผนการสร้างโดย ICONIX Entertainment ผลิตโดย Studio Gale
- ออกฉายแล้ว 120 ประเทศ รวมทั้งไทย
- ได้เรตติ้งสูงสุดในสถานีโทรทัศน์ EBS เกาหลีใต้ และได้เรตติ้ง 47% ในประเทศฝรั่งเศส
- เป็นตัวการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จที่สุด และได้รับความนิยมในเกาหลีและเป็นที่รู้จักทั่วโลก
- มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ Pororo กว่า 1500 ชนิดวางจำหน่าย
การ์ตูนเรื่อง Tayo The Little Bus
- จากผู้วางแผนและผู้สร้างชุดเดียวกันกับ การ์ตูนเรื่อง Pororo
- ได้เรตติ้งสูงสุดในสถานีโทรทัศน์ EBS เมื่อตุลาคม 2010
- กำลังออก Seasons 3 ในเดือนมีนาคม 2014 นี้
- ทำสัญญาร่วมกับ 80 บริษัท และออกโปรดักส์ผลิตภัณฑ์ 180 ชิ้น
- ได้รับรางวัล Puicinella Award ในประเทศอิตาลี พร้อมถูกฉายภายในงาน Cartoon on the bay
- ถูกเลือกเป็นตัวละครสัญลักษณ์ใน Seoul CITY ปี 2011
- ได้รางวัล Character of korea contents awards เมื่อปี 2011
และในเวลานี้ Studio Gale มีผลงานเรื่องอื่นๆอีกเช่น CIRCUS SHOW (อยู่ในระหว่างการสร้าง ) , ภาพยนตร์ POWER AGENT SEVEN (ฉายเมื่อปี 2009 ) และภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น The Adventure of Bani (อยู่ในระหว่างการสร้าง คาดเสร็จภายในปี 2014 และออกฉายทั่วโลกในปี 2016)
จะเห็นได้ว่าการ์ตูนอนิเมชั่นในเกาหลีก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้การ์ตูนที่โด่งดังจากประเทศอื่นๆ โดยในปี ค.ศ. 1967 อุตสาหกรรมอนิเมชั่นในเกาหลีได้เริ่มต้นขึ้นจากผลิตภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องแรกคือ Hong Gil Dong และปี 1970 เกาหลีก็ได้เริ่มร่วมงานและให้บริการสร้างอนิเมชั่นกับประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ต่อมาในปี 1980 เป็นปีทองแห่งการทำสัญญาร่วมงานกับประเทศต่างๆ แต่เมื่อมีการเริ่มออกอากาศเป็นโทรทัศน์สี การทำสัญญากับต่างประเทศก็ลดลงเรื่อยๆ ในปี 1990 เกาหลีเริ่มวางแผนผลิตทีวีอนิเมชั่นและเริ่มสร้างอนิเมชั่นแบบฉบับเกาหลีเองในปี 2000 พร้อมเริ่มขยายช่องทางออกไปยังต่างประเทศ ปี 2010 เป็นปีที่การ์ตูนแอนิเมชั่นเกาหลีเป็นที่รู้จักกับทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Gon , Pucca , Bbaecom , Oasis และเป็นยุคเกิดใหม่ในฐานะผู้ผลิตอนิเมชั่น ป้อนให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆทั่วโลก
สำหรับจุดแข็งของอุตสากรรมอนิเมชั่นเกาหลีนั้น รัฐบาลเกาหลีมีส่วนร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมอนิเมชั่นอย่างมาก ทีมงานฝ่ายออกแบบและฝ่ายผลิตมีคุณภาพสูงเองก็มีคุณภาพสูง พร้อมกับปัจจัยการเปลี่ยนแปลงสื่อไอทีในเกาหลีก็มีส่วนทำให้อุตสาหกรรมอนิเมชั่นเติบโตขึ้นด้วย ซึ่งผู้ผลิตนั้นเห็นโอกาสที่ดีที่จะทำอนิเมชั่นเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับท้องถิ่นของเกาหลีเอง ทำให้เกาหลีใต้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น สามารถขยายธุรกิจในการร่วมผลิตกับนานาชาติ
ส่วนจุดอ่อน คือเรื่องโครงสร้างและทักษะการจัดหาแหล่งเงินทุน อีกทั้งยังขาดทักษะในเรื่องการตลาดและประสบการณ์ที่ทำให้ทำโครงการนี้ให้สมบูรณ์ รวมถึงต้องเจออุปสรรคหลายๆอย่าง ปัญหาใหญ่ๆเลยคือ ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านทางออนไลน์
ข้อมูลจาก KAPA ( สมาคมด้านการผลิตอนิเมชั่น เกาหลีใต้) เมื่อปี 2010 เผยถึงตัวเลขของอุตสาหกรรมอนิเมชั่นในเกาหลี โดยสัดส่วนของ สตูดิโอแบบ 2D มีอยู่ 60% ส่วน สตูดิโอ 3D 25% และด้านอื่นๆอีก 15% โดยอุตสาหกรรมนี้ มีมูลค่าถึง 280 ล้านดอลลาร์ ซึ่งใน 1 ปีจะมีการผลิตอนิเมชั่นถึง 40 เรื่อง โดยก็มีการคาดการณ์ว่า อนิเมชั่น ของเกาหลีใต้ มีแนวโน้มโตขึ้นโดยเฉพาะอนิเมชั่น 3D จะกลับมาได้รับความนิยมมาก และจะได้รับการขยายความนิยมไปยังต่างประเทศมากขึ้นด้วย
สำหรับมูลค่าการตลาด แบรนด์ Pororo ในเวลานี้นั้น มีมูลค่าสูงถึง 389 ล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดด้านขายปลีกประจำปีอยู่ที่ 650 ล้านดอลลาร์ รับสัมปทานประจำปี 16 ล้านดอลลาร์ และมีผลิตภัณฑ์ Pororo กว่า 2000 ชิ้น ซึ่งมีการทำสัญญาลิขสิทธ์แล้วถึง 150 สัญญา โดย Pororo มีการวางแผนเป้าหมาย ที่ทำให้กลายเป็นอนิเมชั่นอันดับ 1 ดังต่อไปนี้ มีการผลิตการ์ตูนอนิเมชั่นที่สมบูรณ์เร็วขึ้น จากปกติ 3 ปี เป็น 2 ปี และมีการสร้างช่องทางโปรโมทผ่านสื่อ อื่นๆ เช่น ละคร , เกมส์ พร้อมกับมีการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ในเกาหลี เช่นสวนสนุก Poporo Theme Park ซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็นสถานที่สำหรับเด็กๆและทุกคนที่รัก Pororo อีกทั้งยังตั้งเป้าว่าต้องเป็นผู้ขยายธุรกิจ และกระจายอนิเมชั่นไปยังทั่วโลก ซึ่งตอนนี้ก็ถูกฉายไปใน 120 ประเทศแล้ว โดยยอดขายของ Pororo จากปี 2003 ที่อยู่ที่ 0.2 ล้านดอลลาร์ ในปี 2012 มีตัวเลขก้าวมาถึง 16.5 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
ไม่เพียงแต่ละครเกาหลีที่ได้รับความนิยม แต่การ์ตูนอนิเมชั่นก็โด่งดังไม่แพ้กัน ซึ่งยังส่งผลผลักดันให้ประเทศเป็นที่รู้จักในนานาชาติมากขึ้นจนกลายเป็นประเทศผู้นำ และยังทำให้ผลิตภัณฑ์และสถานที่ในประเทศที่มาจากความโด่งดังของอนิเมชั่นได้รับความนิยม สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจในประเทศต่อมา ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่องของเกาหลีนั้นเกิดจากการวางแผน แล้วเดินตามแผนนั้นๆ พร้อมกับได้รับการสนับจากรัฐบาลและผู้ลงทุนใหญ่ๆ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญ ประเทศไทยเราก็ผลิตอนิเมชั่นได้เก่งไม่แพ้กัน มีการ์ตูนอนิเมชั่นหลายเรื่องที่เป็นของคนไทยเองแล้ว ซึ่งหากได้รับการสนับสนุน และวางแผนพัฒนาต่อเนื่อง วันหนึ่งเราอาจเห็นการ์ตูนไทยโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Pororo ก็เป็นได้



