AI search กำลังเปลี่ยนวิธีการค้นหา! แล้ว Google Search ยังเป็นที่หนึ่งอยู่ไหม? โลกของการค้นหาเปลี่ยนไปแล้ว มีใครต้องปรับตัวบ้าง? เจาะลึกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการ Search Engine
คุณยังใช้ Google ค้นหาอยู่หรือเปล่า?
ในอดีต Google เคยครองส่วนแบ่งตลาด Search Engine สูงถึง 90% แต่จากรายงานล่าสุดของ StatCounter พบว่าส่วนแบ่งการค้นหาของ Google ลดลงเหลือ 89.57% ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2015 ที่ส่วนแบ่งลดลงต่ำกว่า 90% แนวโน้มการลดลงนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะในบางพื้นที่ เช่น การใช้งานบนเดสก์ท็อปในยุโรปที่ลดลงเหลือ 77.8% ในเดือนมีนาคม 2025
แม้ว่าการลดลงนี้จะดูเล็กน้อย แต่ก็ส่งผลกระทบต่อ Google อย่างมาก เนื่องจากจำนวนผู้ใช้ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อ Network Effect ของ Google ซึ่งทำให้ระบบและฐานข้อมูลมีความแข็งแกร่งน้อยลง การลดลงอย่างต่อเนื่องนี้อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้งานอย่างถาวร ซึ่ง Gartner ได้แนะนำให้นักการตลาดกระจายกลยุทธ์ของตนให้หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากการพึ่งพา Google Search เพียงอย่างเดียว
ผลกระทบนี้ยังสะท้อนให้เห็นในเรื่องการโฆษณาแบบ Pay-Per-Click (PPC) ของ Google ด้วย การเติบโตของการคลิกที่เสียเงิน (paid click) ในไตรมาสแรกของปี 2025 อยู่ที่ 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวมาก
นอกจากนี้ Eddy Cue ผู้บริหารของ Apple ก็กล่าวว่า Apple กำลังพิจารณาที่จะใช้ AI สำหรับการค้นหาแทน Google บน Safari เนื่องจากในเดือนเมษายน การค้นหาบน Google ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี โดยสาเหตุของการลดลงนี้ถูกเชื่อมโยงกับการใช้ AI สำหรับการค้นหาแทน ซึ่งอาจนำไปสู่การยุติข้อตกลงกับ Google ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม Google ได้ออกมาโต้แย้งว่าการค้นหาบนอุปกรณ์ Apple โดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการค้นหาผ่านแอป Google และ Chrome แต่ไม่ได้กล่าวถึงการลดลงของการค้นหาบน Safari โดยเฉพาะ
เหตุผลที่ทำให้ใช้ Google Search น้อยลง
ความหงุดหงิดจากการใช้งาน Google Search เอง
ผลสำรวจในปี 2024 โดย Scorpion บริษัทการตลาดดิจิทัล พบว่าผู้ใช้เริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับการใช้ Google ค้นหามากขึ้น
- 79% ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่าต้องใช้เวลาเลื่อนดูผลลัพธ์นานขึ้นเพื่อหาข้อมูลที่ต้องการ
- 51% ใช้เวลานานขึ้นในการหาผลลัพธ์ที่ต้องการ และต้องคลิกดูหลายลิงก์มากขึ้น
- 46% ตั้งคำถามถึง “ความน่าเชื่อถือ” ของผลการค้นหา
- ผู้ใช้ยังไม่พอใจกับการมีโฆษณาที่มากขึ้น ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของการค้นหาลดลง
- สาเหตุหนึ่งคือ Google มีระบบการประมูลคำค้น (Ad Auction) ซึ่งทำให้ลำดับผลลัพธ์แรกๆ อาจเป็นโฆษณาที่จ่ายเงินมา ไม่ใช่คำตอบที่เราต้องการจริง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมและซื้อโฆษณาเพื่อให้เว็บขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ได
การหันไปใช้ Social Media เพื่อค้นหา
จากรายงานของ SOCi พบว่ามีการใช้ Social Media เพื่อค้นหาข้อมูลแทน Google เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z
- จากการสำรวจผู้ใช้ช่วงอายุ 18-24 ปี พบว่า Google Search ตกไปอยู่อันดับ 3 ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจในท้องถิ่น
- อันดับ 1 คือ Instagram (67%)
- อันดับ 2 คือ TikTok (62%)
- อันดับ 3 คือ Google (61%)
- แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้รับความนิยมในการค้นหาเรื่องแฟชั่น ความงาม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้เป็นวิดีโอสั้นที่น่าสนใจและเข้าใจง่ายกว่า
การมาถึงของ Generative AI
การใช้ ChatGPT ในการค้นหาข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็ว
- ระหว่างเดือนมีนาคม 2024 ถึงมีนาคม 2025 จำนวนผู้ใช้ ChatGPT เพิ่มขึ้นถึง 46.8%
- การค้นหาแบบนี้เรียกว่า “การค้นหาแบบบทสนทนา” (Conversational Search) ซึ่งเป็นการโต้ตอบกับเครื่องมือค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติเหมือนคุยกับคนจริงๆ โดยไม่ต้องใช้คีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง
- จุดเด่นคือใช้งานง่าย รวดเร็ว พิมพ์ผิดก็ค้นหาได้ และสามารถถามคำถามต่อเนื่องได้ นอกจากนี้ยังสามารถสั่งให้เปรียบเทียบข้อมูลหรือสรุปข้อมูลได้ด้วย ทำให้สะดวกกว่าการคลิกเข้าไปดูทีละลิงก์
การปรับตัวของ Google
เมื่อพฤติกรรมของผู้ใช้เปลี่ยนไป Google ก็ได้ปรับตัวด้วยการนำ AI เข้ามาใช้ใน Google Search
- AI Overviews: เป็นการใช้ Generative AI สร้างสรุปข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อที่ผู้ใช้ค้นหา พร้อมทั้งแนบลิงก์เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
- สรุปข้อมูลจะแสดงอยู่ด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหา
- ผู้ใช้สามารถคลิกลิงก์เพื่อดูแหล่งอ้างอิงที่ AI ใช้ในการตอบคำถามได้
- มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลได้ครอบคลุมมากขึ้นโดยการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง แทนที่จะดึงมาจากหน้าเว็บเดียว
- AI Mode: Google ได้เปิดตัวปุ่ม “AI Mode” ในงาน Google I/O 2025 โดยเริ่มทดลองใช้ในสหรัฐอเมริกา
- โหมดนี้มี Gemini 2.5 ทำงานอยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่เป็น AI Chatbot ที่สามารถตอบคำถามซับซ้อนและวิเคราะห์ข้อมูลได้
- ฟีเจอร์เด่นของ AI Mode ได้แก่
- Personal Context: ให้คำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงตามความชอบและพฤติกรรมของผู้ใช้
- Deep Search: แยกคำถามที่ซับซ้อนเป็นหัวข้อย่อยและค้นหาพร้อมกัน เพื่อให้ได้คำตอบที่แม่นยำและครบถ้วน
- Search Live: ทำงานร่วมกับกล้อง เพื่อช่วยซ่อมแซมของใช้ในบ้านหรือช่วยทำการบ้าน
Generative AI ทำให้การค้นหาเปลี่ยนแปลงไป
การเข้ามาของ Generative AI ไม่เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการค้นหา แต่ยังส่งผลกระทบต่อการทำ SEO (Search Engine Optimization) ด้วย ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า AI Search Optimization คือการปรับปรุงเนื้อหาและข้อมูลในเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับวิธีการที่ AI และ LLMs (Large Language Models) ประมวลผลและตอบคำถามของผู้ใช้งาน แนวทางนี้จะเน้นไปที่คุณภาพของเนื้อหาเพื่อให้ AI สามารถนำไปสร้างคำตอบที่ตรงประเด็นและครอบคลุมที่สุด เพื่อให้เว็บไซต์ของเราถูกนำไปแสดงในส่วนของ AI Overviews ซึ่งแตกต่างจากการทำ SEO แบบเดิมที่เน้นแค่คีย์เวิร์ดในเนื้อหา
ชมรายการ Digital Thailand ตอน “ การค้นหากำลังเปลี่ยนไป AI เครื่องมือใหม่ของการ search แล้ว AISO (AI Search Optimization) คืออะไร ” ได้ที่รายการย้อนหลังตอนนี้เลย
https://it24hrs.com/2025/ai-search-engine-google/
ออกอากาศวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568
ในรายการ Digital Thailand ทุกวันเสาร์ ทางช่อง 3 กด 33 เวลา 4.40-5.05 น.
ยังมีบทความที่น่าสนใจ
Mobile World Congress 2025 (Shanghai) อัปเดตเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งโลกอนาคต
Gen AI vs Google Translate ทำไม Gen AI แปลภาษาชนะ Google Translate ขาดลอย
อย่าลืมกดติดตามอัปเดตข่าวสาร เทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 0802345023



