แอป Google Health โฉมใหม่ ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบดิจิทัลครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนชื่อและรีแบรนด์แอป Fitbit เป็น Google Health อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ “Google Health Coach” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI ของ Gemini เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลตัวเองที่ฉลาดและเฉพาะตัวมากกว่าที่เคย
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จาก Fitbit สู่ Google Health
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการรวมศูนย์ข้อมูลสุขภาพ (Unified Hub) ที่ Google ต้องการให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายในที่เดียว โดยตัวแอปได้รับการออกแบบใหม่ภายใต้ 4 แท็บหลักที่เน้นการใช้งานง่าย
Today (วันนี้): สรุปภาพรวมกิจกรรมและสถิติสำคัญรายวัน
Fitness (ฟิตเนส): ศูนย์รวมแผนการออกกำลังกายและเป้าหมายกิจกรรม
Sleep (การนอนหลับ): วิเคราะห์คุณภาพการนอนและแนวโน้มเชิงลึก
Health (สุขภาพ): รวบรวมข้อมูลสัญญาณชีพ (Vitals) และข้อมูลทางการแพทย์
ไฮไลท์ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ
Google Health Coach (พลังจาก Gemini AI): นี่คือฟีเจอร์เด่นสำหรับสมาชิก Premium โดย AI จะทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากการนอน กิจกรรม และแม้กระทั่งบันทึกทางการแพทย์ (ในบางประเทศ) เพื่อสร้างแผนการออกกำลังกายที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพร่างกายจริง หรือตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของคุณด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้รอยต่อ: แอปใหม่รองรับการดึงข้อมูลจากอุปกรณ์และแอปภายนอกมากมายผ่าน Health Connect และ Apple Health ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการปั่นจักรยานจาก Peloton หรือข้อมูลอาหารจาก MyFitnessPal เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมสุขภาพในที่เดียว
การจัดการข้อมูลทางการแพทย์ (Medical Records): ผู้ใช้สามารถซิงค์และดูผลแล็บ ข้อมูลการใช้ยา และประวัติการรักษาผ่านแอปได้อย่างปลอดภัย (เริ่มนำร่องใช้งานในสหรัฐฯ) พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้สามารถควบคุมได้เต็มรูปแบบ
สำหรับผู้ที่ใช้งานแอป Fitbit อยู่ในปัจจุบัน ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลหาย เพราะระบบจะทำการอัปเดตแอปเดิมให้กลายเป็น Google Health โดยอัตโนมัติผ่านการ Update ใน App Store และ Play Store ซึ่งข้อมูลประวัติสุขภาพย้อนหลังและเหรียญรางวัลต่างๆ จะยังคงอยู่ครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม มีการปรับเปลี่ยนฟีเจอร์บางอย่าง เช่น การยกเลิก “Sleep Profile” (รูปสัตว์ประจำตัว) และ “Estimated Oxygen Variation” (EOV) โดยจะเปลี่ยนไปเน้นการวิเคราะห์ผ่าน Google Health Coach และข้อมูล SpO2 แทน เพื่อความกระชับและแม่นยำยิ่งขึ้น
การก้าวเข้าสู่ยุค Google Health สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ Google ที่ต้องการเปลี่ยนจากการ บันทึกข้อมูล (Tracking) มาเป็นการตีความและให้คำแนะนำ (Coaching) โดยใช้ AI เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนเข้าใจร่างกายของตัวเองและบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น
เปิดตัว Fitbit Air สายรัดข้อมือไร้หน้าจอ
ดีไซน์มินิมอล เน้นแทร็กสุขภาพ 24 ชม. ในราคาประหยัด
Google ประกาศเปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่รุ่นล่าสุดที่ฉีกกฎสมาร์ทวอทช์ทั่วไปด้วยดีไซน์แบบ ไม่มีหน้าจอ (Screen-less) เน้นความเบา สบาย และการเก็บข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่องภายใต้คอนเซปต์เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ในราคาเปิดตัวเพียง 3 พันกว่าบาทเท่านั้น
Fitbit Air มาในรูปแบบของตัวเรือนทรงเม็ดแคปซูล (Pebble) ขนาดเล็กที่สามารถถอดออกจากสายได้ง่าย ตัวเรือนทำจากพลาสติกคุณภาพสูง ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการติดตามสุขภาพโดยไม่ต้องการการแจ้งเตือนจากหน้าจอมาขบกวน หรือผู้ที่ต้องการสวมใส่ร่วมกับนาฬิกาเรือนโปรดในอีกข้างหนึ่ง โดย Google ชูจุดเด่นเรื่องความสบายในการสวมใส่ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งจากการทดสอบพบว่าใส่สบายกว่าแบรนด์คู่แข่งในตลาด
ฟีเจอร์สุขภาพจัดเต็ม
แม้จะไม่มีหน้าจอ แต่ภายในอัดแน่นด้วยเซนเซอร์ระดับโปร:
เซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ Optical: ติดตาม HR ตลอด 24 ชม.
การวัดค่า SpO2: ติดตามระดับออกซิเจนในเลือดผ่านเซนเซอร์ Red และ Infrared
เซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิวหนัง (Skin Temperature): ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
การติดตามการนอนขั้นสูง: Google เคลมว่ามีความแม่นยำขึ้น 15% ด้วยโมเดล Machine Learning ใหม่
ระบบตรวจจับหัวใจเต้นผิดปกติ (Afib): แจ้งเตือนผ่านแอปหากพบความผิดปกติ
แบตเตอรี่และการชาร์จ
ใช้งานได้นานสูงสุด 7 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ระบบ Quick Charge: ชาร์จเพียง 5 นาที ใช้งานได้นาน 1 วัน และชาร์จเต็ม 0-100% ใน 90 นาที
สายชาร์จแม่เหล็กแบบใหม่ที่เป็นหัว USB-C และสามารถเสียบได้สองทิศทาง (Bidirectional)
รุ่นพิเศษ Stephen Curry Edition
นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว ยังมีการเปิดตัว Fitbit Air Special Edition ที่ร่วมออกแบบกับ Stephen Curry นักบาสเกตบอลชื่อดัง โดยมาในสายสีส้ม-เทาที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมโลโก้ Curry และสโลแกน “#LockIn” ด้านในสาย ซึ่งออกแบบมาให้ระบายอากาศได้ดีขึ้นสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ
ราคาและการวางจำหน่าย
Fitbit Air เปิดตัวที่ราคา $99.99 (ประมาณ 3,600 บาท)
เริ่มเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) แล้ววันนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 ในหลายประเทศ ทั้งนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีขายที่ประเทศสิงคโปร์
อ้างอิง และ cover Google
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
แอป Google Health โฉมใหม่ รวมร่าง Fitbit พร้อมดึง AI Gemini เป็นโค้ชสุขภาพส่วนตัว
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
