มีรายงานจากสื่อไอทีระบุว่า TikTok Shop เผชิญปัญหาสินค้าปลอมบนแพลตฟอร์ม ซึ่งหลายส่วนเชื่อว่าเกิดจากการใช้เทคโนโลยี Generative AI โดยมิจฉาชีพ เพื่อสร้างสินค้าหลอกขายจำนวนมหาศาล
กรณีศึกษาเรื่อง AI เครื่องมือทรงพลัง ที่ถูกใช้ผิดทาง
เดิมที AI ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือช่วยธุรกิจให้เติบโต ทั้งการสร้างคอนเทนต์ โปรโมตสินค้า ไปจนถึงช่วยผู้ขายออกแบบแบรนด์ได้ง่ายขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มผู้ค้าหรือกลุ่มอาชญากรไซเบอร์กลับใช้มันสร้าง สินค้าปลอม ได้อย่างแนบเนียน
เทคโนโลยี Generative AI สามารถสร้างภาพสินค้า คำอธิบาย รีวิวปลอม และแม้แต่โลโก้หรือแบรนด์ใหม่ภายในเวลาไม่กี่วินาที ทำให้มิจฉาชีพสามารถเปิดร้านปลอมได้รวดเร็ว และทำจำนวนมากพร้อมกันโดยไม่ต้องมีสินค้าจริงอยู่ในมือ
นาย Paul Barnes ผู้บริหารระดับสูงของ TikTok Shop ให้สัมภาษณ์กับ Business Insider ว่า
“นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาผู้ขายรายย่อย แต่มันคือ อาชญากรรมที่มีการจัดระบบ (organized crime) รูปแบบใหม่”
Barnes ยอมรับว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงพลัง ซึ่งถูกนำมาใช้สร้างเนื้อหาบนโลกออนไลน์ กลายเป็นดาบสองคม เพราะช่วยให้เกิดการหลอกขาย และการลอกเลียนแบบแบรนด์ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ตัวเลขน่าตกใจ TikTok Shop ปฏิเสธสินค้า 70 ล้านรายการในครึ่งปีเดียว
ตามรายงาน TikTok Shop ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 บริษัทได้ ปฏิเสธและลบสินค้าต้องสงสัยมากกว่า 70 ล้านรายการ รวมถึงระงับบัญชีผู้ขายหลายแสนรายที่เข้าข่ายละเมิดนโยบาย TikTok Shop
แม้จะเป็นจำนวนที่สูงจนน่าตกใจ แต่ก็สะท้อนว่าปัญหานี้ “ใหญ่เกินกว่าที่ระบบกรองอัตโนมัติจะรับมือได้ทั้งหมด” เพราะสินค้าใหม่ถูกสร้างและอัปโหลดขึ้นมาทุกวันนับล้านรายการ
TikTok Shop ใช้ระบบตรวจสอบแบบผสมระหว่าง “มนุษย์ + AI” เพื่อแยกสินค้าละเมิดออกจากของจริง แต่ก็ยอมรับว่าความสามารถของ AI ฝั่งมิจฉาชีพพัฒนาเร็วกว่าเดิมมาก จนทำให้เครื่องมือตรวจจับต้องอัปเดตแทบจะรายวัน และบางครั้งรอดพ้นจากการโดนตรวจจับได้บางรายการ
Vogue รายงานว่า TikTok เคยเป็นต้นทางของ “วัฒนธรรม dupe” — คำย่อจาก duplicate ซึ่งหมายถึงของเหมือนแต่ราคาถูกกว่า”โดยผู้ใช้หลายคนสร้างคอนเทนต์รีวิวสินค้าทางเลือก เช่น “รองเท้าเหมือน Nike แต่ราคาครึ่งเดียว” หรือ “น้ำหอมกลิ่นคล้าย Dior ราคาหลักร้อย”
แม้จะไม่ผิดกฎหมายในบางกรณี แต่กระแส dupe นี้กลับเปิดช่องให้สินค้าปลอมทะลักเข้ามาในตลาดมากขึ้น เพราะผู้ซื้อเริ่มสับสนระหว่างของเหมือนถูกกฎหมาย กับ ของปลอมที่หลอกลวง
ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์ระบุว่า การใช้ AI ทำภาพและโฆษณาให้ดูสมจริง ทำให้สินค้าลอกเลียนแบบดูแทบไม่ต่างจากของจริง ผู้บริโภคจึงตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว
ผลกระทบที่กว้างไกล
1. ต่อผู้บริโภค
เสี่ยงถูกหลอกให้ซื้อสินค้าปลอมหรือไม่ได้ของจริง
อาจได้รับสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานหรืออันตราย เช่น เครื่องสำอางไม่ได้รับอนุญาต หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่มีใบรับรองความปลอดภัย
สูญเสียความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโดยรวม
2. ต่อแบรนด์แท้
เสียยอดขายให้สินค้าปลอม
ภาพลักษณ์แบรนด์เสียหาย เพราะผู้ซื้ออาจคิดว่าสินค้าที่ได้คุณภาพไม่ดีคือของแท้
ต้องใช้ทรัพยากรในการรายงานและจัดการกับสินค้าลอกเลียนแบบ
3. ต่อแพลตฟอร์ม
ถูกตรวจสอบจากภาครัฐและหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค
ต้องลงทุนเพิ่มในการพัฒนาระบบ AI เพื่อตรวจจับและกรองสินค้า
ความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและพันธมิตรทางธุรกิจ
AI ตรวจจับ vs AI สร้างของปลอม
หนึ่งในสงครามเทคโนโลยีที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือ “AI กับ AI” — ฝั่งหนึ่งใช้ AI สร้างของปลอม อีกฝั่งใช้ AI ตรวจจับของปลอม
โดย TikTok Shop และแพลตฟอร์มอื่น เช่น Amazon หรือ Shopee ต่างเร่งพัฒนาเครื่องมือ AI ที่สามารถแยกแยะสินค้าต้องสงสัยจากของจริงได้อย่างรวดเร็วขึ้น เช่น การสแกนภาพบรรจุภัณฑ์ โลโก้ หรือชื่อสินค้าเทียบกับฐานข้อมูล IP ของแบรนด์แท้
แต่ปัญหาคือ AI สร้างเนื้อหาในปัจจุบันมีความละเอียดสมจริงสูงมาก — การสร้างภาพถ่ายสินค้าปลอมพร้อมรีวิวปลอมและแคปชันเชื่อถือได้ ทำให้ระบบต้องใช้พลังการประมวลผลสูงขึ้นเรื่อย ๆ และยังมีโอกาสหลุดรอด อยู่เสมอ
คำแนะนำสำหรับผู้ซื้อในไทย
แม้ TikTok Shop จะมีระบบป้องกันมากขึ้น แต่ผู้ใช้เองก็ต้องมี “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” ดังนี้
ตรวจสอบผู้ขายก่อนซื้อ – ดูว่ามีเครื่องหมาย Verified หรือไม่ รีวิวเป็นอย่างไร มีการตอบกลับลูกค้าหรือไม่
อย่าหลงเชื่อราคาที่ถูกเกินจริง – สินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาดมาก อาจเป็นสัญญาณของของปลอม
ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และโลโก้ – เปรียบเทียบกับเว็บไซต์หลักของแบรนด์
ใช้ช่องทางชำระเงินที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ เช่น บริการชำระเงินผ่าน TikTok หรือ e-wallet ที่มีระบบคืนเงินหากไม่ได้รับสินค้า
หากสงสัยสินค้าปลอม ให้รายงานผ่านระบบของแพลตฟอร์มทันที เพื่อช่วยให้ทีมตรวจสอบดำเนินการได้เร็วขึ้น
เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพใหญ่ของโลกออนไลน์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อ AI สามารถสร้างและจำหน่ายสินค้าหลอกตาได้จริง การควบคุมคุณภาพของแพลตฟอร์มจึงต้องฉลาดพอๆ กับผู้โกง
อนาคตของ E-Commerce อาจต้องพัฒนาไปในทิศทาง “Trust by Design” หรือ “การออกแบบระบบที่เชื่อถือได้ตั้งแต่ต้น” สุดท้ายแล้ว การซื้อของออนไลน์อย่างปลอดภัยในยุค AI ต้องอาศัย ความร่วมมือ 3 ฝ่าย คือ แพลตฟอร์ม – แบรนด์ – ผู้บริโภค ที่ต้องร่วมกันตรวจสอบ สร้างความโปร่งใส และไม่เปิดโอกาสให้เทคโนโลยีถูกใช้ทำลายความเชื่อมั่นในโลก Shopping Online
อ้างอิง Business Insider , Vogue , cover iT24Hrs
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
TikTok Shop พบสินค้าปลอมกว่า 70 ล้านรายการ จากมิจฉาชีพใช้ AI
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
