มือถือจอพับกำลังเปลี่ยนจากเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่มไปสู่ตลาดสมาร์ตโฟนที่ใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน โดยปี 2026 ผู้ผลิตไม่ได้แข่งกันแค่เรื่อง “พับได้” อีกต่อไป แต่กำลังแข่งกันที่ ความบาง ความทนทาน และการทำให้รอยพับแทบมองไม่เห็น โดยเฉพาะหลังผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Apple เข้าสู่ตลาดด้วย iPhone Duo ขณะที่ Samsung และ Huawei ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีจอพับอย่างต่อเนื่อง
แต่เบื้องหลังหน้าจอที่สามารถกางออกเป็นจอขนาดใหญ่แล้วพับกลับมาเป็นสมาร์ตโฟนได้นั้น ไม่ได้มีแค่บานพับ เพราะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของ OLED วัสดุปกป้องหน้าจอ กาว โครงสร้างหลายชั้น และวัสดุรองรับแรง เพื่อให้หน้าจอสามารถรับแรงจากการพับซ้ำ ๆ ได้โดยไม่เสียหาย
Flexible OLED หัวใจสำคัญที่ทำให้จอ “งอ” ได้
เทคโนโลยีพื้นฐานของมือถือจอพับคือ Flexible OLED เพราะ OLED ไม่จำเป็นต้องมีชุดไฟ Backlight แบบจอ LCD และสามารถสร้างแผงที่บางและยืดหยุ่นได้ จึงสามารถออกแบบให้หน้าจอโค้งหรือพับตามแนวที่กำหนดได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมมือถือจอพับจึงสามารถเปลี่ยนจากหน้าจอขนาดเล็กไปเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ได้ โดยไม่ต้องใช้หน้าจอแข็งสองชิ้นมาต่อกันเหมือนสมาร์ตโฟนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม การทำให้ OLED “ยืดหยุ่น” ไม่ได้หมายความว่าทุกชั้นของหน้าจอจะพับได้ง่าย เพราะตัว OLED เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงสร้างทั้งหมด รอบ ๆ แผงยังมีชั้นป้องกัน ชั้นสัมผัส กาว และแผ่นรองรับต่าง ๆ ดังนั้นโจทย์สำคัญของผู้ผลิตจึงกลายเป็นการออกแบบโครงสร้างทั้งชุดให้สามารถเคลื่อนตัวตามการพับ โดยไม่สร้างแรงกดหรือแรงดึงมากเกินไปที่บริเวณรอยพับ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่การแข่งขันในปี 2026 เริ่มเปลี่ยนจากการทำ “จอที่พับได้” ไปสู่การทำ จอที่พับได้หลายแสนครั้งและยังคงสภาพดี รวมถึงลดปัญหาที่ผู้ใช้เห็นได้ชัดที่สุดอย่างรอยพับตรงกลางหน้าจอ
UTG กระจกบางเฉียบที่ช่วยปกป้องจอ
อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ UTG หรือ Ultra-Thin Glass ซึ่งเป็นกระจกที่ถูกทำให้บางมากจนสามารถรองรับการโค้งงอได้ ต่างจากกระจกหน้าจอสมาร์ตโฟนทั่วไปที่ถูกออกแบบมาให้แข็งและไม่ควรนำมาพับ โดย UTG ทำหน้าที่เป็น Cover Window หรือชั้นปกป้องด้านบนของจอ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและให้พื้นผิวสัมผัสใกล้เคียงกับสมาร์ตโฟนแบบปกติมากขึ้น
ความท้าทายคือ ยิ่งกระจกบางก็ยิ่งต้องบริหารความแข็งแรงและแรงเค้นอย่างละเอียด ขณะที่หากทำให้หนาขึ้นก็อาจช่วยเรื่องความทนทานและลดการเกิดรอยพับ แต่ต้องแลกกับข้อจำกัดด้านความบางของอุปกรณ์ ซึ่งนี่กำลังกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของผู้ผลิตจอพับ โดย UBI Research ระบุว่าเทคโนโลยีในปี 2026 กำลังให้ความสำคัญกับการปรับความหนาของ UTG และการจัดตำแหน่งชั้นวัสดุเพื่อควบคุมแรงบริเวณรอยพับมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น Samsung เปิดตัวแนวทาง Flex Titanium ที่ใช้โครงสร้างไทเทเนียมร่วมกับเทคโนโลยีจอพับ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและช่วยลดการมองเห็นรอยพับ แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาจอพับยุคใหม่ไม่ได้มองแค่ตัว OLED แต่ต้องพัฒนาวัสดุที่อยู่ด้านบนและด้านล่างของแผงไปพร้อมกัน
OCA และโครงสร้างหลายชั้น กาวสำคัญกว่าที่คิด
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ กาว OCA หรือ Optically Clear Adhesive มีบทบาทสำคัญกับจอพับ เพราะหน้าจอไม่ได้ประกอบด้วยแผ่นเดียว แต่เป็นโครงสร้างหลายชั้นที่ต้องยึดติดกันอย่างแม่นยำ โดยกาวต้องมีคุณสมบัติด้านความใส ขณะเดียวกันก็ต้องรองรับการเคลื่อนไหวของแต่ละชั้นเมื่อหน้าจอถูกพับและกางออก
ถ้าออกแบบโครงสร้างไม่ดี เมื่อพับหน้าจอ แรงที่เกิดขึ้นอาจกระจุกตัวอยู่บริเวณเดิมซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดรอยพับหรือความเสียหาย ดังนั้นนักพัฒนาจึงพยายามออกแบบให้แต่ละชั้นสามารถกระจายแรงออกจากจุดที่รับแรงสูง รวมถึงจัดตำแหน่งของชั้นวัสดุให้เหมาะสมกับแนว neutral plane ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับแรงจากการโค้งงอน้อยกว่า
เทรนด์ในปี 2026 จึงกำลังเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาด้วย “บานพับ” เพียงอย่างเดียว มาเป็นการควบคุมแรงด้วย โครงสร้างของตัวจอทั้งระบบ ตั้งแต่ UTG ชั้นกาว แผ่นรองรับ ไปจนถึงตำแหน่งของแต่ละวัสดุ ซึ่ง UBI Research มองว่านี่เป็นทิศทางสำคัญของการลดรอยพับในจอพับยุคใหม่
Hinge บานพับไม่ได้มีหน้าที่แค่พับจอ
เมื่อพูดถึงมือถือจอพับ หลายคนอาจนึกถึงบานพับเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วบานพับมีหน้าที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก เพราะต้องควบคุม องศาการพับ รัศมีการโค้ง และการกระจายแรง ไปยังตัวหน้าจอ หากบานพับบังคับให้จอโค้งในรัศมีที่แคบเกินไป ก็อาจเพิ่มความเครียดให้กับชั้น OLED และทำให้เกิดรอยพับได้ง่ายขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิตจึงพัฒนาบานพับให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของหน้าจอได้ละเอียดขึ้น พร้อมลดพื้นที่และน้ำหนักของกลไกไปด้วย เพราะบานพับเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่ทำให้มือถือจอพับมีความหนาและน้ำหนักมากกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป
แต่เทคโนโลยีล่าสุดกำลังไปไกลกว่านั้น เพราะ UBI Research ระบุว่าการลดรอยพับกำลังเปลี่ยนจากแนวคิดที่เน้น hinge-centric ไปสู่การควบคุมโครงสร้างของแผงจอทั้งระบบ ขณะที่ผู้ผลิตก็พัฒนาวัสดุและโครงสร้างบานพับให้แข็งแรงและบางลงอย่างต่อเนื่อง
Crease Reduction สมรภูมิใหม่คือ “จอไร้รอยพับ”
สุดท้ายคือปัญหาที่ผู้ใช้มือถือจอพับแทบทุกคนคุ้นเคย นั่นคือ รอยพับ หรือ Crease เพราะแม้จอจะสามารถพับได้ แต่บริเวณที่ถูกพับซ้ำ ๆ มักเกิดความแตกต่างด้านความเรียบและการสะท้อนแสง ทำให้มองเห็นเป็นเส้นตรงกลางหน้าจอ ยิ่งหน้าจอมีขนาดใหญ่ ปัญหานี้ก็ยิ่งเห็นได้ชัด
การแก้ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนบานพับเพียงอย่างเดียว แต่ต้องจัดการตั้งแต่ความหนาของ UTG การจัดวางชั้นวัสดุ ตำแหน่ง Neutral Plane แผ่นรองรับด้านหลัง และโครงสร้างของบานพับ โดย UBI Research ระบุว่าในปี 2026 เทคโนโลยีลดรอยพับกำลังขยับไปสู่การควบคุมโครงสร้างระดับแผงจอ ขณะที่ Samsung ก็พัฒนา Flex Titanium เพื่อเพิ่มความทนทานและลดการมองเห็นรอยพับ
และนี่อาจเป็นโจทย์สำคัญที่สุดของวงการจอพับในเวลานี้ เพราะการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากคำถามว่า “ทำมือถือให้พับได้หรือยัง?” ไปเป็น “ทำอย่างไรให้มันพับได้ แต่ผู้ใช้แทบไม่รู้สึกว่ามันเคยพับ?” การเปิดตัวมือถือจอพับรุ่นใหม่ในปี 2026 รวมถึงการเข้าสู่ตลาดของ Apple ยิ่งทำให้เรื่องความเรียบ ความทนทาน และคุณภาพของจอ กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของเทคโนโลยีจอพับยุคถัดไป
สรุป
เทคโนโลยีมือถือจอพับจึงไม่ใช่แค่ “จอ OLED ที่งอได้” แต่เป็นการทำงานร่วมกันของ Flexible OLED + UTG + OCA/โครงสร้างหลายชั้น + Hinge + เทคโนโลยีลดรอยพับ และแนวโน้มล่าสุดกำลังมุ่งไปสู่จอที่บาง เบา แข็งแรง และแทบไม่มีรอยพับมากขึ้นเรื่อย ๆ
อ้างอิง en.ubiresearchnet.com en.wikipedia.org และ cover
และข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
มือถือจอพับทำได้ยังไง? เปิดเบื้องหลังเทคโนโลยี Foldable Display
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 080234502
