ศาลการค้าสหรัฐฯ สั่งยกเลิกภาษีทรัมป์ โดยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 ตามเวลาถิ่่นสหรัฐ ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้มีคำตัดสิน ยกเลิกภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่ประกาศโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยศาลระบุว่าการใช้อำนาจฝ่ายบริหารของทรัมป์ในการกำหนดภาษีดังกล่าว ละเมิดขอบเขตอำนาจตามกฎหมายของประเทศ
คำตัดสินส่งผลกระทบต่อยุทธศาสตร์การค้าของทรัมป์
การตัดสินของศาลมีขึ้นหลังจากธุรกิจในสหรัฐฯ และรัฐต่าง ๆ ยื่นฟ้องร้อง โดยอ้างว่าภาษีศุลกากรที่ทรัมป์ใช้กับสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ สร้างความเสียหายต่อธุรกิจและผู้บริโภคในประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย
ศาลได้วินิจฉัยว่า การกำหนดภาษีแบบนี้ขัดต่อกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ซึ่งไม่ให้อำนาจประธานาธิบดีใช้เหตุผลด้าน “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ในการเก็บภาษีศุลกากรอย่างกว้างขวาง
คำตัดสินตอกย้ำอำนาจของสภาคองเกรส
ศาลยังเน้นย้ำว่า การกำหนดภาษีนำเข้าควรเป็นอำนาจของ สภาคองเกรส ไม่ใช่อำนาจของประธานาธิบดีเพียงฝ่ายเดียว นับเป็นการตอกย้ำหลักการแบ่งแยกอำนาจภายในรัฐบาลกลาง
ด้านทำเนียบขาวเตรียมอุทธรณ์
โฆษกทำเนียบขาวออกมาแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสิน และยืนยันว่าจะ ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุด เพื่อให้การดำเนินนโยบายภาษีของอดีตประธานาธิบดีได้รับการพิจารณาใหม่
วิเคราะห์ผลกระทบ
นักวิเคราะห์การค้าและเศรษฐกิจมองว่าคำตัดสินของศาลจะส่งผลต่อยุทธศาสตร์การค้าแบบกีดกันของทรัมป์ และอาจเปิดทางให้พันธมิตรการค้าสหรัฐฯ หันกลับมาเจรจาในเงื่อนไขที่เท่าเทียมมากขึ้น
ด้าน K WEALTH เผยผลกระทบจากศาลการค้าสหรัฐฯ ต่อทรัมป์จะส่งผลต่อการลงทุนอย่างไรบ้างดังนี้
- คำสั่งนี้ระงับภาษีเกือบทั้งหมด ที่ประกาศเมื่อ 2 เม.ย. รวมถึงภาษีทั่วโลก, ภาษีสินค้าจีน และภาษีที่อ้างเหตุเกี่ยวกับสารเฟนทานิลจากจีน แคนาดา และเม็กซิโก
- อย่างไรก็ตาม ภาษีภายใต้กฎหมายอื่น เช่น Section 232 (เหล็ก-อะลูมิเนียม) และ Section 301 (ตอบโต้จีน) ยังคงมีผลตามเดิม
มุมมองการตลาดและการลงทุน
- การระงับภาษีจะส่งผลเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และต้นทุนการผลิตในระยะสั้น
- แต่หากศาลสูงกลับคำตัดสินในอนาคต ตลาดอาจต้องเผชิญความผันผวนรอบใหม่
- การอุทธรณ์ของฝ่าย Trump อาจใช้เวลาหลายเดือน และยังไม่สามารถบังคับใช้ภาษีที่ถูกตัดสินว่า “ผิดกฎหมาย” ได้จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่
ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม
- นักลงทุนควรจับตา คำตัดสินในศาลอุทธรณ์
- ภาคธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้าอาจได้แรงหนุนเชิงบวกชั่วคราว หากต้นทุนลดลง แต่ควรวางแผนรับมือความไม่แน่นอนระยะกลาง
- สินทรัพย์สหรัฐฯ อาจได้ Sentiment บวกระยะสั้น แต่ความเสี่ยงด้านนโยบายยังคงอยู่ ควรเน้นการกระจายความเสี่ยงระหว่างภูมิภาคและประเภทสินทรัพย์
อ้า่งอิง Channel News Asia ,K WEALTH cover @potus
อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
ศาลการค้าสหรัฐฯ สั่งยกเลิกภาษีทรัมป์ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ
Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
