ใช้เสียงคนอื่นเทรน AI โดยไม่ได้รับอนุญาตผิดหรือไม่? จากนักพากย์ นักแสดง ไปจนถึงนักร้องดังทั่วโลก กำลังเผชิญปัญหาเสียงถูกนำไปสร้างใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุดศาลญี่ปุ่นถึงกับต้องออกมาวางหลักว่า “เสียงของคน” ก็สามารถได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายได้
ลองนึกภาพว่า วันหนึ่งมีคนนำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเราไปให้ AI เรียนรู้ แล้วสร้างเสียงใหม่ที่พูดอะไรก็ได้ตามคำสั่ง ก่อนนำไปลง TikTok สร้างยอดวิวและรายได้ โดยที่เจ้าของเสียงไม่เคยอนุญาต คำถามคือ เสียงของเราเป็นเพียงเสียงที่ใครก็เลียนแบบได้ หรือเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่กฎหมายควรคุ้มครอง?
คำถามนี้กำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่ของโลกในยุค Generative AI และล่าสุดศาลแขวงโตเกียวของญี่ปุ่นได้สร้างความเคลื่อนไหวสำคัญจากคดีของ Kenjiro Tsuda นักพากย์ชื่อดัง ผู้ให้เสียงตัวละคร Kento Nanami ใน Jujutsu Kaisen หลังมีการนำเสียงที่เขาอ้างว่าคล้ายเสียงของตัวเองไปใช้ในวิดีโอ TikTok ที่สร้างด้วย AI
คดีของ Kenjiro Tsuda มีจุดเริ่มต้นจาก TikTok 188 คลิป
คดีนี้เกิดขึ้นหลังบัญชี TikTok นิรนามเผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับตำนานเมือง เรื่องลึกลับ และเรื่องเล่าต่าง ๆ โดยใช้เสียงที่สร้างจาก Generative AI และมีลักษณะคล้ายเสียงของ Tsuda โดยบัญชีดังกล่าวเผยแพร่วิดีโอรวม 188 คลิป ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2024 ถึงกันยายน 2025 และเคยมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน
Tsuda ยื่นฟ้อง TikTok ในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยขอให้ลบวิดีโอเหล่านี้ และให้เหตุผลว่าการใช้เสียงดังกล่าวทำให้ผู้ชมอาจเข้าใจว่าเป็นเสียงของเขาจริง ๆ อีกทั้งยังนำความโดดเด่นของเสียงไปใช้ดึงดูดผู้ชมและสร้างรายได้ โดยฝ่าย Tsuda ประเมินว่าบัญชีดังกล่าวอาจสร้างรายได้ประมาณ 500,000–750,000 เยนต่อเดือน
ขณะที่ TikTok โต้แย้งว่าเสียงดังกล่าวเป็นเพียง “เสียงผู้ชายทั่วไป” และมีการอ้างว่า AI ถูกฝึกจากเสียงของบุคคลอื่น ไม่ใช่เสียงของ Tsuda โดยตรง
เมื่อศาลมีคำพิพากษาในวันที่ 30 กันยายน 2026 บัญชีและวิดีโอที่เป็นปัญหาถูกลบออกไปก่อนแล้ว ทำให้ศาลไม่มีสิ่งที่จะสั่งให้ TikTok ลบอีก จึงยกคำขอของ Tsuda ในส่วนดังกล่าว
แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้มีความสำคัญกลับอยู่ที่หลักการทางกฎหมายที่ศาลระบุไว้
ศาลญี่ปุ่นชี้ “เสียง” ก็อยู่ภายใต้ Publicity Rights
ศาลแขวงโตเกียวระบุว่า เสียงของบุคคลสามารถได้รับความคุ้มครองภายใต้ Publicity Rights หรือสิทธิที่เกี่ยวข้องกับมูลค่าเชิงพาณิชย์ของอัตลักษณ์บุคคล โดยศาลมองว่าเสียงสามารถเป็นสัญลักษณ์ของบุคลิกภาพได้เช่นเดียวกับภาพลักษณ์ และการนำเสียงของนักแสดงไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อใช้ประโยชน์จากแรงดึงดูดของเสียงนั้นในเชิงพาณิชย์ อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าศาล ไม่ได้ตัดสินว่าวิดีโอทั้ง 188 คลิปละเมิดสิทธิของ Tsuda เพราะคดีถูกยกในประเด็นที่วิดีโอถูกลบไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การที่ Tsuda ได้คำสั่งให้ TikTok ลบคลิป แต่เป็นการที่ศาลญี่ปุ่นวางหลักสำคัญเกี่ยวกับสถานะของ “เสียง” ในกฎหมายเป็นครั้งแรก
และถ้ามองออกไปนอกญี่ปุ่น จะพบว่าคดีลักษณะนี้กำลังเกิดขึ้นในหลายรูปแบบทั่วโลก
กรณีของ Paul Lehrman และ Linnea Sage กับ Lovo
หนึ่งในคดีที่ใกล้เคียงกับ Tsuda มากที่สุดเกิดขึ้นในสหรัฐฯ โดยนักพากย์เสียง Paul Lehrman และ Linnea Sage ฟ้องบริษัท AI Voice ชื่อ Lovo
ทั้งคู่กล่าวหาว่า Lovo นำเสียงของพวกเขาไปใช้สร้าง AI Voice Clone และนำเสียงสังเคราะห์เหล่านั้นไปให้ลูกค้าใช้งานในบริการ Text-to-Speech โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือค่าตอบแทนตามที่พวกเขาอ้างสิทธิ์
กรณีของ Lehrman มีประเด็นที่น่าสนใจมาก เพราะเขาพบเสียงที่อ้างว่าเป็นเสียงโคลนของตัวเองถูกนำไปใช้ในการบรรยายรายการ และผู้ฟังหลายคนสามารถสังเกตได้ว่าเสียงดังกล่าวคล้ายเสียงจริงของเขาอย่างมาก ส่วน Sage ก็กล่าวหาว่า Lovo สร้างเสียงโคลนของเธอในชื่ออื่นและนำไปใช้ในระบบของบริษัท รวมถึงสื่อการตลาด
ในเดือนกรกฎาคม 2025 ศาลรัฐบาลกลางเขต Southern District of New York มีคำสั่งในขั้นตอนพิจารณาคำร้องขอให้ยกฟ้อง โดย ไม่ได้ยกข้อเรียกร้องทั้งหมดของนักพากย์ทิ้ง ศาลเปิดทางให้ข้อเรียกร้องบางส่วนภายใต้กฎหมายสิทธิพลเมืองของนิวยอร์กและกฎหมายอื่น ๆ เดินหน้าต่อ ขณะที่ข้อกล่าวหาบางส่วนเกี่ยวกับ Copyright และ Trademark ถูกยกหรือให้แก้ไขคำฟ้อง
จุดสำคัญของคดีนี้จึงอยู่ที่การแสดงให้เห็นว่า “เสียง” อาจมีช่องทางในการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายที่แตกต่างจาก Copyright หรือ Trademark โดยเฉพาะกฎหมาย Right of Publicity หรือกฎหมายที่คุ้มครองการนำอัตลักษณ์ของบุคคลไปใช้
Scarlett Johansson กับ OpenAI
อีกกรณีหนึ่งที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีคือเรื่องของ Scarlett Johansson กับ OpenAI
เมื่อ OpenAI เปิดตัวระบบเสียงของ ChatGPT ที่ชื่อ Sky ในปี 2024 Johansson ออกมากล่าวว่าเสียงดังกล่าวฟังดูคล้ายเสียงของเธออย่างมาก ทั้งที่ก่อนหน้านั้น Sam Altman ซีอีโอ OpenAI เคยติดต่อเธอเพื่อขอให้มาเป็นเสียงของระบบ แต่เธอปฏิเสธ
Johansson ระบุว่าเพื่อน ครอบครัว และคนทั่วไปต่างสังเกตเห็นความคล้ายคลึงของเสียง และเธอได้ว่าจ้างทนายเพื่อสอบถามถึงกระบวนการสร้างเสียงดังกล่าว ขณะที่ OpenAI ยืนยันว่า Sky ไม่ใช่เสียงของ Johansson และไม่ได้ตั้งใจให้เลียนแบบเธอ โดยบริษัทระบุว่าใช้เสียงของนักแสดงหญิงอีกคนหนึ่ง และหยุดใช้ Sky ในผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงความเคารพต่อข้อกังวลของ Johansson
ดังนั้นกรณีนี้ ไม่ใช่คดีที่มีคำพิพากษาว่า OpenAI ละเมิดสิทธิของ Johansson แต่เป็นตัวอย่างสำคัญว่า แม้เสียงจะไม่ได้ถูกสร้างจากการโคลนเสียงของบุคคลโดยตรง เพียงแค่เสียงสังเคราะห์มีความคล้ายกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ก็สามารถนำไปสู่คำถามทางกฎหมายและจริยธรรมเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของบุคคลได้
และยังสะท้อนอีกเรื่องว่า “เสียงเหมือน” กับ “โคลนเสียง” ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวกันในทางเทคนิคหรือทางกฎหมาย
เมื่อ AI สร้างเสียงของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว
อีกกรณีที่สะเทือนวงการเกิดขึ้นในปี 2024 เมื่อบริษัทพอดแคสต์ Dudesy เผยแพร่คลิปชื่อ “George Carlin: I’m Glad I’m Dead” ซึ่งอ้างว่าเป็น Comedy Special ที่สร้างขึ้นด้วย AI โดยเลียนแบบเสียง สไตล์ และเนื้อหาของ George Carlin นักแสดงตลกชื่อดังที่เสียชีวิตไปแล้วในปี 2008
กองมรดกของ Carlin ฟ้อง Dudesy โดยกล่าวหาว่ามีการนำผลงานและอัตลักษณ์ของ Carlin ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่คดีนี้ไม่ได้จบด้วยคำพิพากษาที่ตัดสินว่า AI สามารถใช้เสียงของคนเสียชีวิตได้หรือไม่ได้ เพราะทั้งสองฝ่าย ยอมความกัน โดย Dudesy ตกลงลบรายการดังกล่าวอย่างถาวร และจะไม่ใช้ภาพ เสียง หรือภาพลักษณ์ของ Carlin อีก หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองมรดก
กรณีนี้จึงเพิ่มคำถามอีกชั้นหนึ่งให้กับปัญหา AI Voice Clone นั่นคือ เมื่อเจ้าของเสียงเสียชีวิตแล้ว ใครมีสิทธิ์ควบคุมเสียงที่ AI สร้างขึ้นมาเลียนแบบเขา?
เพราะเทคโนโลยีทำให้เสียงของคนที่เสียชีวิตไปแล้วสามารถกลับมาพูดประโยคใหม่ ๆ ที่เจ้าตัวไม่เคยพูดจริงได้
Taylor Swift ใช้ Trademark เพิ่มเกราะป้องกันเสียงและภาพจาก AI
ขณะที่ Taylor Swift เลือกใช้วิธีที่แตกต่างออกไป ในเดือนเมษายน 2026 บริษัท TAS Rights Management ซึ่งดูแลสิทธิของ Swift ได้ยื่นคำขอ Trademark จำนวน 3 รายการ ต่อสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐฯ โดย 2 รายการเป็น Sound Trademark สำหรับวลีที่เป็นเสียงของเธอ ได้แก่ “Hey, it’s Taylor Swift” และ “Hey, it’s Taylor” ส่วนอีกหนึ่งรายการเป็นเครื่องหมายเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเธอ
การยื่นคำขอดังกล่าวถูกมองโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Trademark ว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มการคุ้มครองจากการนำเสียงและภาพลักษณ์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะในยุคที่ AI สามารถสร้างโฆษณาและคอนเทนต์ Deepfake ที่ทำให้คนดูเข้าใจว่าเป็นบุคคลจริงได้ง่ายขึ้น
จุดที่น่าสนใจคือ Trademark ไม่ได้เท่ากับ Right of Publicity และการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก็ไม่ได้หมายความว่า Taylor Swift ได้ “เป็นเจ้าของเสียงทั้งหมดของตัวเอง” ในทางกฎหมาย แต่เป็นการสร้างสิทธิอีกชั้นหนึ่งขึ้นมาคุ้มครองเครื่องหมายหรือเสียงที่ระบุไว้ในการยื่นคำขอ
จาก “เสียงเหมือน” สู่ “สิทธิในตัวตน”
เมื่อเอาคดีเหล่านี้มาเรียงต่อกัน จะเห็นว่าปัญหาการใช้เสียงไปเทรน AI โดยไม่ได้รับอนุญาตมีหลายระดับ
Bette Midler ในปี 1988 เป็นกรณีที่มนุษย์ถูกจ้างให้เลียนเสียงนักร้องดังเพื่อใช้ในโฆษณา ขณะที่ George Carlin เป็นกรณีที่ AI ถูกนำมาใช้สร้างเสียงและสไตล์ของบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วน Scarlett Johansson แสดงให้เห็นปัญหาเมื่อเสียง AI ถูกมองว่าคล้ายบุคคลจริง แม้ OpenAI จะยืนยันว่าไม่ได้สร้างจากเสียงของเธอโดยตรง
จากนั้น Lehrman และ Sage นำปัญหาเข้าสู่ศาลในกรณีที่กล่าวหาว่ามีการสร้างและนำ AI Voice Clone ของนักพากย์ไปใช้งาน ขณะที่ Taylor Swift ใช้ Trademark เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการสร้างเกราะป้องกันเสียงและภาพลักษณ์ของตัวเอง
และล่าสุด Kenjiro Tsuda ทำให้เรื่องนี้ก้าวไปอีกขั้น เมื่อศาลญี่ปุ่นระบุว่าเสียงของบุคคลสามารถได้รับความคุ้มครองภายใต้ Publicity Rights ได้
นี่จึงทำให้ปัญหา AI ในวันนี้ไม่ได้มีแค่คำถามว่า “AI เอาผลงานของใครไปฝึกได้หรือไม่?” แต่กำลังขยายไปถึงคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า
“ถ้า AI สามารถสร้างเสียงที่ทำให้คนอื่นเชื่อว่าเป็นเรา แล้วใครเป็นเจ้าของตัวตนนั้น?”
เพราะเสียงไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลเสียงอีกต่อไป แต่สำหรับนักแสดง นักพากย์ นักร้อง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง เสียงอาจเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ และเมื่อ AI สามารถทำสำเนาอัตลักษณ์เหล่านี้ได้ในเวลาไม่กี่วินาที กฎหมายทั่วโลกก็ต้องเริ่มหาคำตอบว่า จะวางเส้นแบ่งระหว่าง “การสร้างสรรค์ด้วย AI” กับ “การนำตัวตนของคนอื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต” ไว้ตรงไหน
อ้างอิง nippon.com caselaw.findlaw.com news.bloomberglaw.com cbsnews.com และ cover iT24Hrs
และข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com
ใช้เสียงคนอื่นเทรน AI โดยไม่ได้รับอนุญาตผิดไหม?
อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us
Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs
ติดต่อโฆษณา [email protected] โทร 080234502
